
ที่จังหวัดภูเก็ต น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ แถลงข่าวด่วนภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ว่า ขณะนี้มีแผ่นดินไหวที่แรง และเกิดเหตุตึกถล่ม ที่บริเวณ เขตจตุจักร ซึ่งได้รับรายงานจากกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ฉุกเฉิน และแจ้งทั่วประเทศ ให้ทำเสมือนว่าเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินทั้งหมด โดยได้แจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ส่งข้อความแจ้งเตือน ประชาชนว่า เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และต้องปฏิบัติตัวเบื้องต้นอย่างไร ขณะนี้รัฐบาลพยายามรวมสื่อทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็น Facebook และช่องทางทางโทรทัศน์เพื่อให้ประชาชน ทราบว่าจะปฏิบัติตัวอย่างในการเกิดแผ่นดินไหว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวง ดีอี ทำเรื่องเซลล์บอร์ดแคส และกระทรวงกลาโหมโดยให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเตรียมกำลังพล ให้หน่วยงานความมั่นคงให้เตรียมดูแลเรื่องความปลอดภัย ของประชาชน และสั่งการให้กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งดูและคาดการณ์สถานการณ์
ซึ่งขณะนี้ หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวโดยปกติแล้ว จะมีอาฟเตอร์ช็อก ภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากเกิดในครั้งแรกและ อาฟเตอร์ช็อก ที่เกิดขึ้นใน 2 ชั่วโมงนี้ปกติแล้วจะค่อยๆ ลดความรุนแรง ไม่เท่าครั้งแรก แล้วตามสถิติแล้วภายใน 24 ชั่วโมง มีสิทธิ์เกิดแผ่นดินไหวได้อีก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ทางกระทรวงคมนาคม ดูแลการเดินทางทางอากาศและรถยนต์ ซึ่งทางสนามบินสุวรรณภูมิและ ท่าอากาศยานไทย ไม่มี เหตุการณ์น่าเป็นห่วงใดๆ โดยได้ทำการหยุดบินเข้าและออกภายในเวลา 20 นาที ซึ่งไม่มีเหตุการณ์น่าเป็นห่วงใดๆ และหากเหตุการณ์ยังปกติอยู่ นอกจากนี้ยังสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมการแพทย์ฉุกเฉินไว้ในบางพื้นที่ที่อาจจะมีความเสี่ยง ทั้งนี้หากประชาชนต้องการที่จะติดตาม เหตุการณ์ฉุกเฉินใดๆ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้ NBT เป็นศูนย์กลางของศูนย์รวมข้อมูลทั้งหมด และขณะนี้ตนอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จะรีบเดินทางกลับ กรุงเทพมหานครโดยด่วน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนไม่อยู่ในตึกสูง ห้ามใช้ลิฟท์เด็ดขาด ไม่ว่ากรณีที่อยู่สูงแค่ไหนก็ตามให้ใช้บันไดเท่านั้น ออกมาอยู่ในพื้นที่โล่ง และตอนนี้ทุกหน่วยงานทุกกระทรวง ได้ทราบและสั่งการเตรียมการหมดทุกกระทรวงแล้วเพราะฉะนั้นประชาชนขอให้อยู่ในความสงบ ไม่ต้องกังวลมากเกินไปขอให้ระวังตัว และขณะนี้ตามโรงเรียนต่างๆได้มีการสั่งการแล้วว่าให้ทุกคนกลับบ้านก่อนเพื่อความปลอดภัยในเบื้องต้นและหากมีอะไรคืบหน้าจากมารายงานให้อีกครั้ง
ขอบคุณเนื้อหาจาก กรุงเทพธุรกิจ https://www.bangkokbiznews.com/politics/1173274