คอลัมน์บอล

ทีมมาเฟีย! รวม 17 เหยื่อเสือใต้ – แผนการตลาดหรือแผนตัดกำลัง?

บุนเดสลีก้าได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งลีกที่มีการผูกขาดแชมป์มากที่สุดในยุโรป เหล่าบรรดาแข้งเมืองเบียร์ทุกคนล้วนใฝ่ฝันว่าจะได้มีโอกาสลงเล่นให้กับยักษ์ใหญ่เพียงหนึ่งเดียวอย่าง บาเยิร์น มิวนิค

หากนับตั้งแต่มีการแข่งขันในฤดูกาลแรกเมื่อปี 1963 เพียง 12 ทีมเท่านั้นที่เคยสัมผัสแชมป์ลีกสูงสุด ซึ่งแน่นอนว่าทีมที่คว้าแชมป์ได้มากที่สุดคือเสือใต้ โดยกวาดไปทั้งหมด 28 สมัย จาก 56 ฤดูกาลที่มีการแข่งขันจนปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

และหากนับตั้งแต่ฤดูกาล 2012/13 พวกเขาคว้าแชมป์ติดต่อกันถึง 7 สมัยเข้าไปแล้ว

หากจะถามหาเคล็ดลับความสำเร็จจากพวกเขา แน่นอนว่าต้องมาจากขุมกำลังที่เพียบพร้อมและยากที่จะต่อกรของเหล่าบรรดาทีมเล็กทีมน้อยในลีก และขุมกำลังที่เพียบพร้อมส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากการทุ่มงบเสริมทัพที่ชาญฉลาด

ซึ่งการเสริมทัพส่วนใหญ่มาจากการดูดแข้งของคู่แข่ง และเหยื่ออันโอชะนั่นคือไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ชาลเก้, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, และฮอฟเฟ่นไฮม์

ทีนี้เราลงมาดูรายละเอียดกันว่ามีใครบ้างที่บาเยิร์น ‘ใช้วิชามาร’ ดึงแข้งแบบเตะตัดขาคู่แข่งไม่ให้ลุกขึ้นมาอีกเลย


1. ลีออน โกเร็ทซ์ก้า
  • จาก: ชาลเก้ (2018)
  • ค่าตัว: ฟรี

กองกลางรายนี้ ที่กลายเป็นกำลังหลักของทีมชาติเยอรมัน ได้รับความสนใจจากทั้งยูเวนตุส, ลิเวอร์พูล, และเชลซี แต่เจ้าตัวเลือกที่จะย้ายไปเล่นให้กับบาเยิร์นหลังจากหมดสัญญากับชาลเก้

แข้งวัย 25 ปีเข้ามาเป็นนักเตะคนสำคัญของเสือใต้ในแผงกองกลาง ถึงแม้ว่าในฤดูกาล 2019/20 เขาจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่เป็นระยะก็ตาม


2. แซร์จ นาบรี้
  • จาก: แวร์เดอร์ เบรเมน (2017)
  • ค่าตัว: 8.5 ล้านปอนด์

อดีตดาวรุ่งอาร์เซน่อลได้รับการฟูมฟักอย่างดีจากกุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ แต่เขาแทบจะไม่มีโอกาสแสดงฝีมือเลย

11 ประตูที่ทำให้กับเบรเมนในฤดูกาล 2016/17 ทำให้บาเยิร์นมองเห็นโอกาสว่าดาวรุ่งรายนี้มีแววเก่งและรีบปิดดีลให้สำเร็จก่อนที่ค่าตัวจะพุ่งมากไปกว่านี้

เขาถูกส่งให้ฮอฟเฟ่นไฮม์ยืมตัวหนึ่งฤดูกาลก่อนที่พัฒนาตัวเองยึดตำแหน่งตัวจริงให้กับบาเยิร์นได้สำเร็จด้วยผลงาน 11 ประตูกับ 9 แอสซิสต์จากการลงสนาม 24 นัดในบุนเดสลีก้าฤดูกาลนี้

ส่วนผลงานในทีมชาติก็ฮอตไม่แพ้กัน โดยที่ 13 นัดที่ผ่านมาเขาทำประตูได้ 13 ลูก กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ทำได้นับตั้งแต่ แกร์ด มุลเลอร์ ที่ทำได้ด้วยตัวเลขเดียวกัน


3. นิคลาส ซูเล่
  • จาก: ฮอฟเฟ่นไฮม์ (2017)
  • ค่าตัว: ไม่เปิดเผย

กองหลังวัย 24 ปีย้ายมาจากฮอฟเฟ่นไฮม์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2017 ซึ่งในขณะนั้นมีเชลซีที่ให้ความสนใจแข้งรายนี้ แต่เขาเลือกบาเยิร์นแทน

ตั้งแต่นั้นมา ซูเล่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจและเป็นกำลังหลักในแผงเกมรับก่อนที่จะได้รับอาการบาดเจ็บที่เข่าอย่างหนัก ถึงแม้จะมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ซึ่งเจ้าตัวประกาศลั่นว่าเขาหวังจะเป็น เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คนต่อไป

(ฟาน ไดค์) ในตอนนี้คือกองหลังที่ดีที่สุดด้วยอายุที่ยังไม่ถึง 30 ปี” ซูเล่กล่าว “เขาไม่ได้รับความสนใจครั้งเมื่ออยู่กับเซาธ์แฮมป์ตัน แต่เขาพัฒนาตัวเองได้มาถึงขั้นนี้กับลิเวอร์พูล

“ผมมีโอกาสที่จะทำแบบนั้นกับบาเยิร์น มันขึ้นอยู่กับตัวผมเองว่าผมจะเป็นหนึ่งในปราการหลังที่ดีที่สุดในโลกได้หรือไม่”


4. เซบาสเตียน รูดี้
  • จาก: ฮอฟเฟ่นไฮม์ (2017)
  • ค่าตัว: ฟรี

กองกลางทีมชาติเยอรมันเดินตามซูเล่จากฮอฟเฟ่นไฮม์เข้ารังเสือใต้มาพร้อมกัน หลังจากทำสถิติเป็นแข้งสร้างโอกาสได้มากที่สุดในฤดูกาล 2016/17

อย่างไรก็ตาม หลังได้รับโอกาสลงสนามไปเพียง 35 นัด บาเยิร์นตัดสินใจว่าจะขายให้ชาลเก้ในปี 2018 ต่อมาเขาออกมากล่าวหาสโมสรดังกล่าวว่าไม่ยอมปกป้องเขาขณะที่ทีมจบอันดับที่ 14 ในลีก

“จู่ ๆ ชาลเก้ก็ต้องการสิ่งอื่นจากตัวผม พวกเขาพยายามทำให้ผมเป็นนักเตะที่แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ควรจะทำให้ชัดเจนว่ามันสายเกินไปแล้วที่ผมจะเปลี่ยนตัวเองตอนอายุ 29” รูดี้ให้สัมภาษณ์กับ t-online.de เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

“ผมรู้สึกว่าถ้าผมได้รับเลือกให้อยู่หน้าฉากถึงวิกฤติครั้งนี้ ผมจะโฟกัสไปที่ความผิดพลาดของตัวเองเพียงอย่างเดียว และแน่นอนว่าผมทำผิดพลาดจริง แต่ชาลเก้เสียโอกาสที่จะปกป้องผมในฐานะนักเตะคนหนึ่ง”

ปัจจุบันในฤดูกาล 2019/20 เขาถูกส่งให้ฮอฟเฟ่นไฮม์ยืมตัว


5. มานูเอล นอยเออร์
  • จาก: ชาลเก้ (2011)
  • ค่าตัว: 22.5 ล้านปอนด์

เจ้าของสถิติค่าตัวสูงสุดอันดับสามในตำแหน่งผู้รักษาประตูขณะนั้น นอยเออร์ตอบแทนเม็ดเงินนั้นได้คุมค่าทุกบาททุกสตางค์

เขาคว้าแชมป์บุนเดสลีก้า 7 สมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 1 สมัยกับบาเยิร์นจนถึงตอนนี้


6. เบ็นจาแม็ง ปาวาร์
  • จาก: สตุ๊ตการ์ท (2019)
  • ค่าตัว: 31.4 ล้านปอนด์

แข้งวัย 24 ปีคือนักเตะบ้าน ๆ ทั่วไปในช่วงแรก แต่สถานะของเขากลับตาลปัตรหลังคว้าแชมป์โลกกับฝรั่งเศสในปี 2018

ปาวาร์ยืนหนึ่งในตำแหน่งแบ็คขวาให้ทัพตราไก่เถลิงความสำเร็จที่รัสเซีย และประตูสุดสวยที่ซัดใส่อาร์เจนติน่าทำให้เขาได้รับรางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำรายการ

หลังจบฤดูกาล 2018/19 บาเยิร์น มิวนิคแถลงคว้าลายเซ็นแข้งรายนี้ และตั้งแต่นั้นมา ปาวาร์คือนักเตะที่ขาดไม่ได้ของเสือใต้


7. มิชาเอล บัลลัค
  • จาก: ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (2002)
  • ค่าตัว: 4.5 ล้านปอนด์

หลังจากพบกับความผิดหวังแบบสุดชอกช้ำด้วยการคว้า ‘ทริปเปิ้ลรองแชมป์’ ทั้งรองแชมป์บุนเดสลีก้าและแชมเปี้ยนส์ ลีกกับเลเวอร์คูเซ่น รวมถึงรองแชมป์ฟุตบอลโลกกับเยอรมันในปี 2002 ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจตามหาความสำเร็จกับบาเยิร์นโดยทันที

และก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง เขาคว้าแชมป์ลีก 3 สมัยและเดเอฟเบ โพคาลอีก 3 สมัย ก่อนจะย้ายมาเล่นให้กับเชลซีแบบไร้ค่าตัวในปี 2006


8. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
  • จาก: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (2014)
  • ค่าตัว: ฟรี

เลวานดอฟสกี้ถือเป็นกำลังหลักของดอร์ทมุนมาตลอดและช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ถึงสองฤดูกาลติดต่อกันในปี 2010/11 – 2011/12 ซึ่งนั่นคือเสี้ยนหนามตัวสำคัญของบาเยิร์น มิวนิค

หลังจากเจ้าตัวพลาดแชมป์บอลถ้วยในเกมนัดชิงกับเสือใต้ปี 2014 เขาปิดฤดูกาลด้วยผลงาน 28 ประตูจากการลงสนาม 48 นัด และย้ายมาเล่นให้กับเสือใต้โดยทันที

ตั้งแต่นั้นมา เขาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดกับบาเยิร์นถึง 5 สมัย, แชมป์บอลถ้วยอีก 2 สมัย และถล่มประตูให้กับเสือใต้ไปแล้ว 231 ประตู


9. เซ โรแบร์โต้
  • จาก: ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (2002)
  • ค่าตัว: 7.13 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งแข้งที่ผิดหวังกับทริปเปิ้ลรองแชมป์กับเลเวอร์คูเซ่น เขาย้ายตามบัลลัคมาในปี 2002 และกลับมาเล่นให้กับทีมอีกครั้งหลังย้ายไปเล่นให้กับทีมบ้านเกิดอย่างซานโต๊สในปี 2007

ปัจจุบันเขาคือผู้ปรึกษาด้านเทคนิคของสโมสรพัลเมย์ราส


10. แมตส์ ฮุมเมิ่ลส์
  • จาก: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (2016)
  • ค่าตัว: 30.7 ล้านปอนด์

กรณีของเลวานดอฟสกี้ แฟนบอลเสือเหลืองอาจจะรู้สึกไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อเกิดขึ้นกับปราการหลังรายนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกเจ็บขึ้นมาทันที

ดอร์ทมุนด์ให้โอกาสที่สำคัญกับแข้งรายนี้โดยเซ็นมาจากบาเยิร์น แถมยังมอบโอกาสอันยิ่งใหญ่ด้วยหน้าที่กัปตันทีม และขึ้นมากลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังอำนาจของเสือใต้ที่ยากจะต้านทาน ทำให้เขาตัดสินใจกลับไปเล่นให้กับทีมเก่าอีกครั้งในปี 2016 และคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ 3 สมัย ก่อนที่เจ้าตัวจะเล่นตลกกลับมาเซ็นสัญญากับดอร์ทมุนด์อีกครั้งเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา


11. มาริโอ โกเมซ
  • จาก: สตุ๊ตการ์ท (2009)
  • ค่าตัว: 22.5 ล้านปอนด์

หลังจากคว้าแชมป์บุนเดสลีก้ากับสตุ๊ตการ์ทในปี 2007 โกเมซตัดสินใจย้ายมาเล่นให้กับบาเยิร์นในเวลาต่อมา และประสบความสำเร็จกับทีมในช่วง 4 ปีที่ค้าแข้ง

เขาเปิดรับความท้าทายใหม่กับฟิออเรนติน่าในปี 2013 ก่อนที่จะถูกส่งให้เบซิคตัสยืมตัว และกลับมาเล่นในเยอรมันอีกครั้งกับโวล์ฟสบวร์กเดือนสิงหาคม 2016

ปัจจุบันเขากลับมายังสตุ๊ตการ์ทอีกครั้งหลังจากเซ็นสัญญาในเดือนมกราคม 2018 และแข้งวัย 34 ปีทำได้ 6 ประตูในฤดูกาลปัจจุบัน


12. ลูซิโอ
  • จาก: ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (2004)
  • ค่าตัว: 9 ล้านปอนด์

เจ้าของแชมป์โลกกับบราซิลปี 2002 เป็นอีกหนึ่งคนที่ย้ายมาเล่นกับบาเยิร์น เขาอยู่กับทีม 5 ปีก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับอินเตอร์ และคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ภายใต้กุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่


13. มาริโอ เกิตเซ่
  • จาก: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (2013)
  • ค่าตัว: 27.75 ล้านปอนด์

เป็นอีกหนึ่งแข้งที่แฟนบอลดอร์ทมุนด์เอ็นดู และถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเจ้าตัว เกิตเซ่ย้ายไปบาเยิร์นก่อนที่ทั้งสองทีมจะลงฟาดแข้งในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกนัดชิงเพียง 1 วัน สร้างความบาดหมางให้กับแฟนบอลของทั้งสองทีม

แต่เขากลับไม่สามารถทำผลงานได้ดีนัก ทพให้เกิตเซ่ย้ายสลับฟากกับฮุมเมิ่ลส์ในปี 2016


14. ลุยซ์ กุสตาโว่
  • จาก: ฮอฟเฟ่นไฮม์ (2011)
  • ค่าตัว: 12.75 ล้านปอนด์

หลังจากสร้างชื่อให้กับตัวเองที่ฮอฟเฟ่นไฮม์ ลุยซ์ กุสตาโว่ ย้ายมาเล่นให้กับดอร์ทมุนด์ในเดือนมกราคม 2011 และช่วยให้พวกเขาคว้าแชมป์บุนเดสลีก้ากับแชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมโวล์ฟสบวร์กในปี 2013

หลังจากนั้นกองกลางรายนี้ย้ายไปเล่นให้กับมาร์กเซยในปี 2017 ก่อนที่อีกสองปีต่อมาเขาจะย้ายไปเล่นให้กับเฟเนร์บาห์เช่


15. โรเบิร์ต โควัช
  • จาก: ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (2001)
  • ค่าตัว: 5.63 ล้านปอนด์

เขาค้าแข้งกับบาเยิร์น มิวนิคระหว่างปี 2001-2005 หลังย้ายมาจากเลเวอร์คูเซ่น

หลังจากแขวนสตั๊ด โควัชรับงานคุมทีมชาติโครเอเชียชุด U-21 และรับงานผู้ช่วยผู้จัดการทีมไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ก่อนเข้ามาช่วยงานพี่ชายของเขา นิโก้ โควัช ในทีมโค้ชที่เสือใต้


16. มิโรสลาฟ โคลเซ่
  • จาก: แวร์เดอร์ เบรเมน (2007)
  • ค่าตัว: 11.25 ล้านปอนด์

ถึงแม้จะเป็นผู้ถือสถิติดาวซัลโวตลอดกาลฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (16 ประตู) แต่โคลเซ่กลับไม่ประสบความสำเร็จกับบาเยิร์นมากนัก

บ่อยครั้งเขาต้องรับหน้าที่ตัวสำรอง และหลังจากไม่ได้รับการันตีตัวจริง เขาย้ายไปร่วมทีมลาซิโอในปี 2011 ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปี 2016 และเมื่อเร็ว ๆ นี้เขากลับมารับงานเป็นผู้ช่วยกุนซือ ฮานส์-ไดเตอร์ ฟลิค ในถิ่นเสือใต้อีกด้วย


17. อเล็กซานเดอร์ นูเบล
  • จาก: ชาลเก้ (2020)
  • ค่าตัว: ฟรี

ยอดผู้รักษาประตูดาวรุ่งชาวเยอรมัน อเล็กซานเดอร์ นูเบล กลายเป็นมือหนึ่งของชาลเก้ช่วงต้นปี 2019 แทนที่ของ ราล์ฟ ฟาห์รมันน์

ด้วยฟอร์มอันเหนียวหนึบและความเป็นผู้นำ ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจาก เดวิด วากเนอร์ ให้รับหน้าที่กัปตันทีมช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2019/20 ถึงแม้จะเหลือสัญญาอยู่กับทีมเพียง 1 ปี

และบาเยิร์นก็ไม่พลาดที่จะสบโอกาสเซ็นแข้งรายนี้มาแบบฟรี ๆ หลังจากที่สัญญาของเขากับชาลเก้หมดลง


ขอบคุณเนื้อหาจาก ShotOnGoal.com

 

Ad Space

You Might Also Like