คอลัมน์บอล

อดีตว่าไว้! “แวร์เนอร์” ต้องดูกับ 13 ยอดศูนย์หน้าสุดแป้กพรีเมียร์ลีก

ตีโม แวร์เนอร์ ที่ตกเป็นข่าวอย่างหนักในการย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก อาจต้องพิจารณาถึงอดีตที่เคยเกิดขึ้นหากเขาตัดสินใจลงเล่นในแดนผู้ดีจริง ๆ

แข้งชาวเยอรมันรายนี้ซัดไปแล้ว 31 ประตูจาก 40 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ให้กับอาร์แบ ไลป์ซิก และด้วยฝีเท้าที่สุดยอดทำให้เขาสมควรที่จะได้อยู่ในทีมที่ชื่อชั้นดีกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ชื่อเสียงและจำนวนประตูที่ทำได้ ก็ไม่ได้ช่วยการันตีว่าเขาจะประสบความสำเร็จในพรีเมียรืลีกแม้แต่น้อยหากย้อนดูอดีตที่ผ่านมา

เพราะถึงแม้จะมีสุดยอดแข้งทั้ง เฟร์นันโด ตอร์เรส และ เซร์คิโอ้ อเกวโร่ แต่อย่าลืมว่าก็เคยมีอดีตที่อยากจะลืมทั้ง ดิเอโก้ ฟอร์ลัน และ ราดาเมล ฟัลเกา

ทีนี้เราลองมาดู 11 ยอดกองหน้าชื่อดัง แต่มาอยู่ที่พรีเมียร์ลีกแล้วดับซะงั้น…


1. ดิเอโก้ ฟอร์ลัน: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2002-2004)

แข้งชาวอุรุกวัย ที่ย้ายมาจากอินดิเพนเดียนเต้ในลีกอาร์เจนติน่า ต้องใช้เวลาถึง 34 นัดกว่าเขาจะควานหาประตูแรกในสีเสื้อปีศาจแดงเจอ

ในช่วงแรกกับแมน ฯ ยูไนเต็ดถือเป็นประวัติด่างพร้อยของเจ้าตัว จนมาถึงเกมกับอิสตัน วิลล่า

หลังจากนั้นเขาทำประตูได้ต่อเนื่องในเกมถัดมากับเซาธ์แฮมป์ตัน และสุดท้ายเขาทำไปทั้งหมด 17 ประตูจาก 98 นัดให้กับผีแดง ก่อนจะย้ายไปเล่นในลา ลีก้ากับบียาร์เรอัลและแอตเลติโก มาดริด ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดของเจ้าตัว


2. เฟร์นันโด มอริเอนเตส: ลิเวอร์พูล (2005-2006)

มอริเอนเตสสร้างชื่อกระฉ่อนในบ้านเกิดกับยอดทีมเรอัล มาดริดด้วยสถิติ 72 ประตูจาก 182 นัด จนทำให้หงส์แดงอดไม่ได้ที่จะกระชากมาอยู่กับทีม

แต่แข้งเลือดกระทิงรายนี้อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ได้เพียงปีครึ่งก่อนจะขายขาดให้บาเลนเซีย พร้อมสถิติสุดน่าเกลียดที่ 8 ประตูจาก 41 นัดในพรีเมียร์ลีก

ดูจากทรงแล้วคงคิดถึงบ้าน ปล่อยให้ค้าแข้งในสเปนดูจะเหมาะสมที่สุดแล้ว


3. เอร์นัน เครสโป: เชลซี (2003-2008)

กับนักเตะที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่มีค่าตัวมากที่สุดในโลก แต่ถึงกระนั้นก็ยังต้องดิ้นรนอย่างหนักในถิ่นสแตฟอร์ด บริดจ์

เครสโปแจ้งเกิดเต็มตัวกับปาร์ม่า ซึ่งขณะนั้นเป็นหนึ่งในทีมที่น่าจับตามองมากที่สุดในโลก และย้ายมายังลาซิโอ้ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกขณะนั้นที่ 35 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ยังทำผลงานได้ดีสมค่าตัวที่จ่ายไป

โรมัน อบราโมวิช เสี่ยหมีแห่งเชลซีเห้นดังนั้นเลยดึงมาเล่นให้กับทีม แต่หลังจากค้าแข้งไปได้ 5 ปี เขากลับทำได้เพียง 20 ประตูและถูกส่งให้เอซี มิลานยืมตัว

สุดท้ายเครสโปก็ถูกเฉดหังส่งให้อินเตอร์ไปแบบไม่มีเยื่อใย


4. อันเดรย์ เชฟเชนโก: เชลซี (2006-2009)

เหยื่ออารมณ์อีกหนึ่งรายของเสี่ยหมีที่ต้องมาทนทุกข์ลำบากกับเชลซีหลังหมดช่วงพีคกับเอซี มิลาน

หลังจากโกยประตูไปเกือบ 200 ตุง ก็แน่นอนว่าต้องมีความคาดหวังกับยอดกองหน้าบัลลงดอร์ปี 2004 รายนี้

หลังจากพลาดลูกจุดโทษในเกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกปี 2005 เขาก็ทำได้เพียง 9 ประตูจาก 48 นัดในพรีเมียร์ลีกให้กับสิงห์บลูส์

หลังจากนั้นเขาถูกส่งกลับไปให้เอซี มิลานยืมตัวอีกครั้ง ก่อนที่จะย้ายมายังดินาโม เคียฟแบบถาวร

ซึ่งตั้งแต่จบเส้นทางกับปีศาจแดง-ดำในรอบแรก อดีตยอดกองหน้ารายนี้ก็ไม่เคยพุ่งไปอยู่ในจุดพีคอีกเลย


5. โรบินโญ่: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2008-2010)

อดีตนักเตะแข้งทองฉายา ‘นิวเปเล่’ เคยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดีลที่น่าประหลาดใจที่สุดหลังย้ายมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ปี 2008

ใครจะเชื่อว่าอดีตนักเตะที่รุ่งเรืองกับเรอัล มาดริดและลงเล่นกับยอดแข้งมากมายในทีมชาติบราซิล จะมาลงเอยกับทีมที่เหมือนเพิ่งเกิดใหม่กับเรือใบ

แต่ตลอดสองฤดูกาลที่ค้าแข้งในแมนเชสเตอร์ เขากลับทำได้เพียง 14 ประตู ก่อนที่ย้ายไปร่วมทีมเอซี มิลาน


6. ราดาเมล ฟัลเกา: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2014/15) และเชลซี (2015/16)

ครั้งเดียวไม่พอ พี่เกาขอสองไปเลย

แข้งโคลอมเบียย้ายเข้ามาเล่นในอังกฤษด้วยชื่อเสียงติดตัวสมกับฝีเท้าที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองหน้าอันตรายที่สุด

เขาทำประตูได้เฉลี่ยนัดละเกือบประตูกับปอร์โต้และแอตเลติโก มาดริด ก่อนจะทำไปอีก 62 ประตูจาก 105 ให้กับโมนาโก

แต่เพียงสองปีที่ค้าแข้งในลีกผู้ดี ฟัลเกากลับทำรวมกันเพียง 5 ประตูในพรีเมียร์ลีกทั้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดและสแตมฟอร์ด บริดจ์


7. โรแบร์โต้ โซลดาโด้: ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (2013-2015)

อดีตกองหน้าเรอัล มาดริด แบกความกดดันไว้มากมายหลังทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำกับบาเลนเซียก่อนจะย้ายมาในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลนในขณะนั้น

แน่นอนว่าต้องมีความคาดหวังสูงกับแข้งรายนี้ แต่เขากลับทำได้เพียง 7 ประตูจาก 52 นัดในลีกตลอดสองฤดูกาลที่ค้าแข้ง

สุดท้ายเขาถูกขายต่อให้กับบียาร์เรอัลแบบไม่ใยดี


8. อเล็กซานเดร ปาโต้: เชลซี (2016)

อีกหนึ่งวันเดอร์คิดชื่อดังที่ได้รับการขนานให้ก้าวขึ้นมาเป็น ‘นิวโรนัลโด้’ ต่อไปในอนาคต

แข้งรายนี้แจ้งเกิดเต็มตัวกับอินเตอร์ มิลาน ก่อนจะย้ายไปเอซ๊ มิลาน แต่ด้วยฟอร์มที่ร่วงแบบหุ้นขาดทุนทำให้แข้งรายนี้ต้องเก้บข้าวของไปค้าแข้งที่บ้านเกิดแทน

แม้จะห่วยแตกเพียงใด เชลซีก็ยังดื้อด้านหวังจะชุบเลี้ยงแข้งรายนี้ในปี 2016 ให้สมกับฉายาที่เคยได้รับ

เขาลงสนามไปเพียงสองนัด และทำได้ 1 ประตูในเกมกับแอสตันวิลล่า ซึ่งนั่นก็มาจากลูกจุดโทษ และก็จบลงแค่นั้น

หลังจากล้มเหลวกับบียาร์เรอัล ปาโต้ก็หันไปโกยเงินหยวนในลีกจีนกับเทียนจิน เทียนไห่ ก่อนจะกลับบ้านเกิดอีกครั้งกับเซา เปาโล


9. กอนซาโล่ อิกวาอิน: เชลซี (2019)

หลังจากเจ็บปวดกับปาโต้ คิดหรือว่าเชลซีจะเข็ด ก็ไม่…

อิกวาอินซัดไปมากกว่า 100 ประตูให้กับเรอัล มาดริดและทำได้อีก 71 ประตูกับนาโปลี ก่อนจะทำลายสถิติในฤดูกาลเดียวด้วยการทำไป 36 ประตูในฤดูกาล 2015/16

เขายังทำได้ดีหลังย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุส จนทำให้เชลซีต้องมาขอยืมตัวแข้งรายนี้มาลองใช้งาน

อิกวาอินทำได้เพียง 5 ประตูจาก 14 นัด และถูกส่งตัวกลับต้นสังกัดไปแบบไม่เสียดาย


10. อัลบาโร โมราต้า: เชลซี (2017 จนถึงปัจจุบัน)

เติบโตมาในฐานะลูกหม้อของเรอัล มาดริด ก่อนจะถูกขายให้กับยูเวนตุสโดยมีออพชั่นซื้อกลับสอดแทรกไว้ข้างใน

หลังกลับมาเล่นให้ราชันชุดขาวเป็นครั้งที่สองและทำผลงานได้ดี แฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้ตัวแข้งรายนี้มาด้วยค่าตัวถึง 65 ล้านปอนด์

แต่พวกเขาต้องผิดหวังเพราะดมราต้าทำได้เพียง 16 ประตูให้กับเชลซีตั้งแต่ปี 2017 จนถึงตอนนี้

ถึงแม้จะยังอยู่กับเชลซี แต่โมราต้าก็ถูกส่งให้แอตเลติโก มาดริดยืมตัว และมีทีท่าว่าจะถูกขายแบบถาวรในซัมเมอร์นี้


11. เซอร์เกย์ เรบรอฟ: ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (2000-2004)

เกือบ 100 ประตูที่ทำได้กับดินาโม เคียฟ อดีตเพื่อนร่วมทีมของ อันเดรย์ เชฟเชนโก้ พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดกองหน้าให้กับสเปอร์ส

แต่แข้งชาวยูเครนรายนี้ทำได้เพียง 10 ประตูจากการลงสนาม 62 นัดในพรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะถูกส่งยืมตัวไปให้เฟเนร์บาห์เช่

สุดท้ายถูกขายขาดให้กับเวสต์ แฮม และทำประตูได้เพียงลูกเดียวจาก 27 นัด


12. ดาวอร์ ซูเคอร์: อาร์เซน่อล (1999/00) และเวสต์ แฮม (2000/01)

หนึ่งในตำนานตลอดกาลของโครเอเชีย ดาวอร์ ซูเคอร์ คือสุดยอดดาวยิงในลา ลีก้าตั้งแต่ปี 1991 – 1999 และทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำให้กับเซบีย่าและเรอัล มาดริด ่กอนจะพาทีมชาติโครเอเชียเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 1998 อีกด้วย

เมื่อเห็นแบบนี้ อาร์เซน่อลจึงไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ลอยนวลจัดการดึงมาจากมาดริดในปี 1999 แต่พวกเขาต้องพบกับความผิดหวังเพราะเจ้าของอันดับสองบัลลงดอร์ทำได้เพียง 5 ประตู ก่อนจะถูกขายให้กับเวสต์ แฮมในปีถัดมา

ที่ขุนค้อน เขาต้องเจอกับอาการบาดเจ็บเล่นงานมาโดยตลอดและทำได้อีกเพียง 2 ประตูก่อนจะถูกเลหลังให้ 1860 มิวนิค ในปี 2001


13. แพทริค ไคลเวิร์ท: นิวคาสเซิ่ล (2004/05)

ยอดกองหน้ารายนี้มีช่วงพีคสมัยค้าแข้งกับบาร์เซโลน่า โดยทำไป 90 ประตูจาก 182 นัด แต่เมื่อย้ายมาเล่นให้กับนิวคาสเซิ่ลตอนอายุ 28 ปี เขากลับทำได้เพียง 6 ประตูจาก 25 นัดในพรีเมียร์ลีก

และบอร์ดบริหารนิวคาสเซิ่ลก็จะไม่ทน หลังจบฤดูกาลเขาถูกขายให้กับบาเลนเซีย และฟอร์มของเขาก็ไม่เคยกลับมาดีเหมือนเคยอีกเลย


ขอบคุณเนื้อหาจาก ShotOnGoal.com

 

Ad Space

You Might Also Like