บอลอังกฤษ

เปาอังกฤษ “ไหล่” กับ “มือ” ยังแยกไม่ออก

สมัยตอนที่ผมยังเรียนอยู่ ผมชอบนักเตะของทีมอื่นอยู่คนนึง เล่นบอลฉลาดมาก มีโอกาสผมก็จับตาดูเป็นพิเศษ

คลั่งถึงขนาดเขียนวิธีการเล่นบนกระดานดำในห้องเรียนเพื่ออธิบายให้เพื่อนซี้เห็นว่าตัวนี้เล่นบอลฉลาดแค่ไหน

แอบหวังว่าซักวันจะย้ายมาเล่นให้ ลิเวอร์พูล คงจะเป็นอะไรที่มีความสุขมาก

จนมาถึงฤดูกาลนึงที่ประจวบเหมาะมากเมื่อต้นสังกัดที่ในอดีตเคยยิ่งใหญ่และมีพ่อเป็นผู้จัดการทีมดันฟอร์มหลุดทั้งฤดูกาล (ตอนนั้นเตะ 42 เกม) ชนะแค่ 10 จมบ๊วยอยู่นานสองนาน

แต่ที่น่าตลกคือ “หงส์แดง” เล่น 2 นัดกลับไม่ชนะทีม “บ๊วย” ทีมนี้เลย (แพ้ 1-0 และ เสมอ 0-0)

ผมแช่งทีมนี้ให้ตกชั้นอยู่เกือบปีจนในที่สุดก็ไม่รอด จากข่าวลือจนเริ่มมีมูลและในที่สุด ลิเวอร์พูล คว้าตัวมาร่วมทีมในที่สุดด้วยค่าตัว 2.75 ล้านปอนด์ ดีใจลั่นบ้าน แต่เล่นไปเล่นมาเสียตำแหน่งให้ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่กำลังมาแรงพอดีในช่วงนั้น

ครับเขาคือ ไนเจล คลัฟฟ์ บุตรชายของ ไบรอัน คลัฟฟ์ บิ๊กบอส น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่พอตกชั้นเจ้าตัวก็ประกาศลาออกทันที

ความทรงจำเดียวที่เดอะ ค็อป พอจะนึกได้หากพูดถึง คลัฟฟ์ ก็คือการเหมา 2 ลูกในเกมที่แดงเดือดเมื่อปี 1994 ที่จบลงสมชื่อ 3-3

เส้นทางของ รอย คีน ก็คล้ายๆ คลัฟฟ์ คือ “เจ้าป่า” ตกชั้นนักเตะดีๆก็หนีหมด ไม่มีใครอยากเล่นในลีกรองก่อนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะคว้า “คีโน่” ด้วยค่าตัว 3.75 ล้านปอนด์

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หมายตาจะเอา คีน ที่ตอนนั้นอายุเพิ่ง 22 มาเสียบแทน ไบรอัน ร็อบสัน ที่แก่กว่าถึง 14 ปีและกำลังอยู่ในช่วงบั้นปลาย

อีกคนที่หนี ฟอเรสต์ แต่ไปก่อนตกชั้นคือ เท็ดดี้ เชอร์ริ่งแฮม ซึ่ง สเปอร์ส ได้ไปในราคา 2.1 ล้านปอนด์ ก่อนที่น้าหมีจะไปผนึกกำลังยิงกระจายกับ เยอร์เก้น คลินส์มันน์

ที่กล่าวมาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มผมกำลังสื่อว่านักเตะฝีเท้าดีๆกับทีมตกชั้นถ้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมสภาพขุมกำลังที่ดีพวกนี้จะพัฒนาและก้าวขึ้นมาอยู่ในอีกระดับอย่างรวดเร็ว

มาเข้าเรื่องวันนี้กันครับ!!!

แม้ แอสตัน วิลล่า จะชนะ คริสตัล พาเลซ แบบขาดลอยถึง 3-0 แต่ผมกลับมองว่าวันนี้เจ้าถิ่นไม่มีอะไรเลยและควรเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อนด้วยจากลูกที่ VAR มองว่า มามาดู​ ซาโก้ ทำแฮนด์บอล ตรงนี้เองครับที่ทำให้เกมเปลี่ยนไปทันที

มันไหล่เห็นๆ ตรงไหปลาร้าด้วย!!

ในระหว่างพักครึ่งมีการวิเคราะห์กันถึงจังหวะนี้ซึ่งพิธีกรถาม เดอร์ม็อต กัลลาเกอร์ อดีตผู้ตัดสินที่อธิบายถึงกฏใหม่ว่าใกล้ไหล่ก็ถูกจับแฮนด์บอลหมด

สุดท้ายทางรายการทำแสบเปิดไฮท์ไลท์จังหวะที่คล้ายกันของ เดลี อัลลี ในเกมที่ สเปอร์ส พบ วัตฟอร์ด เมื่อตุลาคม ปีที่แล้ว (ซึ่งก็ใช้กฏใหม่เหมือนกัน)

อัลลีใช้บริเวณชายเสื้อแต่งบอลก่อนยิงประตูซึ่งผู้ตัดสินไม่จับแฮนด์บอลแต่ ซาโก้ นี่หัวไหล่แต่กลับถูกจับแฮนด์บอล ซึ่งผู้ตัดสินดู VAR แล้วตบไปที่ไหล่แสดงว่ารู้ว่าบอลโดนตรงนั้นแต่ก็ยังจับแฮนด์บอล

คำถามเด็ดของพิธีกรที่ยิงใส่ กัลลาเกอร์ คือถ้าฤดูกาลหน้าเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันสรุปจะเอายังไงกันแน่?

กัลลาเกอร์ ชี้ไปที่บริเวณปลอกแขนกัปตันทีมก่อนบอกอย่างหนักแน่นชัดเจนว่าถ้าบอลโดนตำแหน่งนี้ “ขึ้นไป” จะไม่ถือว่าเป็นแฮนด์บอล

คงต้องไปอบรมกันใหม่ครับว่าสรุปจะให้ตรงไหนเป็นแฮนด์บอลเพราะ มาร์ติน แอ็ตกินสัน ฟังข้อมูลจากห้อง VAR ที่มีอีตา จอห์น มอสส์(คนคุณภาพอีกแล้ว) สุดท้ายแกก็เป่าว่าแฮนด์แกก็ตบไปที่ไหล่เพื่อบอกว่าบอลโดนตรงนี้!!

แล้วถ้าวันไหนมีหญิงมาอ้อนบอกขอซบ “ไหล่” หน่อยคุณจะต้องเอาส่วนไหนให้เธอพิงดีครับ ในเมื่อตรงนั้นบอลอังกฤษมันบอกว่า “แฮนด์” !!

เอาจริงๆ VAR ไปดูประเด็นที่ จอห์น อาร์ยิว ไปบล็อกไม่ให้ เปเป้ เรน่า ออกมาเล่นจังหวะนี้น่าจะดูมี “น้ำหนัก” และ “เข้าท่า” กว่าด้วยซ้ำ

พรีเมียร์ลีกนี่ทุกอย่างดีหมดนะครับแต่อย่างที่เราทราบกันดีคือทีมงานผู้ตัดสินกระจอกมากครับ เหมือนเอาคนไม่เข้าใจเกมฟุตบอลมาตัดสินจนมั่วไปหมด

เอาง่ายๆจังหวะที่ ฟาน อาห์นโฮลท์ ทำฟาว์ล แจ็ค กรีลิช ที่เป็นจุดโทษก่อน VAR ริบคืน

รู้ไหมครับว่า VAR ฉายภาพนี้กี่รอบ เกิน 10 ครับ!!

ทั้งๆที่ดู 2-3 รอบก็รู้แล้วว่ากัปตันทีม วิลล่า ไปเหยียบขาเขาแล้วตัวเองก็มาแหกปากร้องเจ็บ มันควรให้ใบเหลืองข้อหาแกล้งพุ่งด้วยซ้ำ ดูอยู่ได้ตั้งนาน แค่นี้ก็รู้แล้วว่าดูบอลไม่เป็น

ผมเคยคิดว่าเมื่อฟุตบอลมี VAR เราจะได้ผู้ชนะและผู้แพ้ที่แท้จริง ความอยุติธรรมที่ทำให้ทีมที่เล่นบอลถูกกฏไม่ต้องมารับบทผู้โชคร้ายเหมือนในอดีต

แต่ดูแล้วคงต้องไปวัดดวงกันเหมือนเดิมครับว่าทีมไหนจะซวยเจอผู้ตัดสินโง่ๆคนไหนบ้าง

คือใครจะว่ายังไงผมไม่รู้นะแต่ผมว่าเกมรุกของ วิลล่า ที่ผมดูมาหลายนัดผมให้แย่ที่สุดเทียบเท่า นอริช คือไม่มีความเข้าใจว่าต้องทำยังไงเวลาอยู่ใน third area ผมว่า บอร์นมัธ และ วัตฟอร์ด ยังมีการเข้าทำที่เป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าด้วยซ้ำ

ผมมั่นใจว่าทีมที่ตกชั้นสุดท้ายแล้วไม่พ้น 3 ทีมเดิมที่รั้งตามอันดับ ณ ปัจจุบันนี้

แม้สถานการณ์โควิดทำให้เศรษฐกิจยับเยินแต่ผมมองว่าทีมที่ร่วงไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อาจไม่มีทางเลือกนอกจากต้องขายเพื่อลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าเหนื่อยและเอาเงินก้อนมาหมุน

การจะมาลีลาไม่ขายหรือเล่นตัวโก่งราคาไปเรื่อยๆคงไม่มีแน่

แจ็ค กรีลิช, ไทรอน มิงค์ และ จอห์น แม็คกิน คือ 3 ตัวที่น่าจะไปก่อนเพื่อน ซึ่งรายแรกผมเห็นแฟน แมนฯยูฯ อยากได้ สไตล์การเล่นวูบวาบ, บอลสั้นบอลยาวได้, เรียกฟาว์ลเก่งแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าเคมีน่าจะเข้ากันได้ไม่ยาก

ทอดด์ แคนท์เวลล์, แม็กซ์ อารอนส์ หรือ ติมู ปุ๊กกี้ ของ นอริช น่าจะเป็นของดีสำหรับทีมระดับกลางๆที่ผมว่าเอาไปปั้นหรือไปเสริมนี่ไม่ขี้เหร่เลยนะ

ส่วน บอร์นมัธ ผมว่าตัวดีๆเยอะนะที่แน่ๆทีมใหญ่รุม นาธาน อาเก้ แน่นอนพอเก็บเวลลงเล่นสม่ำเสมอเห็นได้ชัดว่าเก๋าพอที่จะยืนระยะ

เดวิด บรูคส์ และ คัลลั่ม วิลสัน เป็นอีก 2 คนที่มีศักภาพโดยเฉพาะคนแรกที่เพิ่งอายุ 23 แต่มีเซนส์มีศักยภาพที่จะพัฒนาได้อีกเยอะ ส่วน วิลสัน อายุ 28 แล้วแต่มีเทคนิคฝีเท้าไม่ธรรมดา เล่นให้ทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน หรือแม้กระทั่ง เชฟฯยูฯ ผมว่าเด่นแน่นอน

พูดถึง วิลสัน แล้วทำให้ผมนึกถึงอีกคนนึงคือ แฮร์รี่ วิลสัน ที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยให้ บอร์นมัธ ยืมตัว

ผมดูมาหลายนัดแล้วคิดว่าคงไม่พัฒนาไปมากกว่านี้อีกแล้วล่ะครับ คือนอกจากลูก “ตั้งเตะ” แล้วผมไม่เห็นจุดเด่นใดๆเลย ฟุตบอลมันมีอะไรมากกว่ามารอปั่นฟรีคิกนะ

ความเข้าใจเกมมีน้อยครับ ชอบผายมือขอบอลแบบพร่ำเพรื่อ ขอมาแล้วก็แปะคืน คืนแล้วก็ขอ ทั้งๆที่ในหลายๆจังหวะแกควรวิ่งตัดช่องให้เพื่อนด้วยซ้ำ เพราะไอ้คนจ่ายมันไม่มีใครเข้ามาประกบ มันสามารถพาบอลกินพื้นที่ไปได้อีก ไปขอบอลแล้วไม่ทำอะไรมันเสียของ

ไม่เชื่อใครมีโอกาสได้ดู บอร์นมัธ ลองดู ฮ. วิลสัน เล่นสิครับแล้วจะเห็นภาพ กลับมาอยู่ “หงส์แดง” ที่ตอนนี้ต้องการนักเตะ top player มาเสริมคงไม่มีทางได้ไปต่อแน่นอนครับ

ทีมใหญ่มักจะมองหานักเตะใหม่ในอีก level นึง ส่วนทีมกลางทีมเล็กก็จะชายตาอีกตลาดนึง เหมือนตอนที่ เจมส์ แม๊ดดิสัน อยู่ นอริช ตอนนั้นกระแสแรงนะ มีคนทำคลิปออกมาเยอะแยะ

ผมเห็นฟอร์มในคลิปแล้วยังอยากได้เลยสุดท้ายก็อย่างที่บอกครับ พอเจอค่าตัว 20 ล้านปอนด์ที่ เลสเตอร์ กล้าจ่ายพวกทีมใหญ่ก็ยอมเพิ่มเงินอีกก้อนไปเอาตัวที่มีชื่ออยู่แล้วไปเลย

สุดท้ายเมื่อตัวนักเตะพิสูจน์ในเวทีพรีเมียร์ลีกจนถึงขั้นติดทีมชาติเรียบร้อย จะแพงกว่า 3-4 เท่าก็ยอมควัก

ครับ ตลาดซื้อขายกับทีมตกชั้นผมว่าบางทีมันอาจทำให้แฟนบอลรู้สึกไม่ “ว้าว” แต่เลือกดีๆมาปัดฝุ่นเช็ดถูอาจเป็นสมบัติราคาแพงกว่าตัวที่หมดไปเยอะกว่าได้เลยนะครับ…


ขอบคุณเนื้อหาจาก Soccersuck.com http://www.soccersuck.com/boards/topic/1900652

 

Ad Space

You Might Also Like