คอลัมน์บอล

ฮาเมส โรดริเกวซ ดีลสุดคุ้มของ เอฟเวอร์ตัน ?

ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนใครจะไปเชื่อว่าสโมสรอย่าง เอฟเวอร์ตัน ทีมระดับกลาง ๆ ในศึก พรีเมียร์ลีก จะได้ต้อนรับนักเตะระดับโลกกับเค้าเพราะเมื่อดูจากชื่อชั้นและความสำเร็จที่ผ่านมาสนาม กูดิสัน พาร์ค คงไม่ใช่สถานที่ของแข้งเกรดเอเป็นแน่แท้

แต่ไม่ใช่กับ ฮาเมส โรดริเกวซ

หากจำกันได้แข้งโคลอมเบียแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ และภาพอันน่าประทับใจที่เจ้าตัวร้องไห้อย่างไม่อายใคร พร้อมการยกย่องจาก ดาวิด ลุยซ์ หลังจบเกมรอบควอเตอร์ไฟนอลที่พ่ายให้กับขุนพลเซเลเซาอย่างหวุดหวิด 1-0 คงเป็นที่จดจำของบรรดาแฟนบอลได้เป็นอย่างดี

จากนั้นไม่นานชื่อของ ฮาเมส ก็ปรากฎในหน้าสื่ออีกครั้งหลังจากที่ย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 71 ล้านปอนด์ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกในเวลานั้นภายใต้การดูแลของ คาร์โล อันเชล็อตติ

แต่โชคชะตาก็กลับพลิกผันเมื่อ อันเช โดนอัปเปหิออกจากตำแหน่งให้หลังเพียง 1 ปี เพลย์เมคเกอร์โคลอมเบียนที่ได้ลงสนามในซีซันแรกของตัวเองในถิ่น ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ไปถึง 40 นัดยิงไป 17 ประตูก็ต้องตกเป็นส่วนเกินในทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ในอีกไม่กี่ปีต่อมา

ฮาเมส ตกที่นั่งลำบากในทีมของกุนซือชาวฝรั่งเศสเมื่อตรงหน้าเขามีผู้เล่นระดับพระกาฬยืนขวางอยู่โดยเฉพาะ 3 ประสาน BBC อย่าง แกเร็ธ เบล คาริม เบนเซมา และ คริสเตียโน โรนัลโด้ โดยส่วนใหญ่เขาโดนจับไปเล่นด้านกว้างซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่ถนัด จากการที่เคยเป็นเพลย์เมคเกอร์ยืนหลังกองหน้าทำให้ผลงานจึงตกต่ำลงเรื่อย ๆ ก่อนจะถูก บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งานในช่วงระหว่างปี 2017-2019

เมื่อซีซันที่แล้ว โรดริเกวซ หวังจะได้กลับมาแจ้งเกิดกับ เรอัล มาดริด อีกครั้ง แต่ก็ทำได้เพียงเป็นตัวประกอบอดทนแม้ว่าจะได้หรียญแชมป์ ลาลีก้า มาคล้องคอก็ตาม

ข่าวการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์ของ ฮาเมส ดูเงียบกว่าในช่วง1-2 ปีก่อน เพราะหากจำกันได้ก่อนหน้านั้นไม่กี่ปีเพลย์เมคเกอร์รายนี้ยังมีข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมระดับบิ๊กของยุโรป แต่ใครจะคิดว่าท้ายที่สุดแล้วเขาจะลงเอยกับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ในวัย 29 ปีหากไม่ได้ลงสนามเป็นตัวหลักในทีมอย่าง เรอัล มาดริด ก็สมควรแก่เวลาที่จะต้องหาทีมใหม่เพื่อลงเล่นอย่างสม่ำเสมอและเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ อดีตเจ้านายที่ยื่นโอกาสมาให้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดีลนี้น่าจะเป็นหนึ่งในดีลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร การคว้าตัวนักเตะในระดับที่เคยค้าแข้งกับทีมอย่าง ราชันชุดขาว และ บาเยิร์น มิวนิค มาแล้วนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ กับทีมกลางตารางอย่าง เอฟเวอร์ตัน

เมื่อปลายปีที่แล้วปีพวกเขาสร้างความฮือฮาด้วยการดึง อันเชล็อติ มาร่วมทีมได้ ทำให้แฟนบอลหวังว่าพวกเขาจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังลุ่ม ๆ ดอน ๆ ลองผิดลองถูกกับกุนซือมือใหม่มาก่อนหน้านั้น

การได้บรมกุนซืออย่าง อันเชล็อตติ มากุมบังเหียน มันจึงไม่ใช่แค่ความคาดหวังเรื่องฝีไม้ลายมือเท่านั้น แต่เอฟเวอร์โตเนียนทั้งผองยังหวังว่ามันจะเป็นใบเบิกทางให้กับการดึงแข้งระดับยุโรปมาสู่ทีมด้วย ซึ่งพวกเขาก็ไม่ผิดหวังเมื่อเปิดตลาดซื้อขาย เดอะท็อฟฟี จัดการเสริมทัพชนิดที่เพื่อนบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล ยังอิจฉา

อัลลัน อับดุลลาย ดูคูเร และ ฮาเมส โรดริเกวซ คือชื่อที่เคยมีความเกี่ยวพันกับทีมใหญ่ในยุโรปมาแล้วทั้งสิ้น

เมื่อพูดถึงดาวเตะทีมชาติโคลอมเบีย แน่นอนว่ากุนซืออิตาเลียนคงไม่เอา ฮาเมส มานั่งสำรองให้เสียของ เมื่อทีมที่เขามีอยู่ก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถตอบสนองแท็คติกและความต้องการในสนามได้ พื้นที่ด้านหลังกองหน้าจึงตกเป็นของเพลย์เมคเกอร์โคลอมเบียนได้ไม่ยาก

อดีตสตาร์ชุดขาวได้ลงเล่นร่วมกับคู่กองหน้าอย่าง ริชาร์ลิซอน และ โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการถล่มประตู โดยมีกองกลางตัวใหม่อย่าง ดูคูเร และ อัลลัน ช่วยคุมจังหวะและตัดเกม

พูดถึงความพร้อมในการใช้งาน ไม่มีใครสงสัยในศักยภาพของ ฮาเมส โรดริเกวซ เมื่อดูจากสถิติการพังประตูและทำแอสซิสต์ที่ผ่านมา นับเฉพาะการลงเล่นให้ 2 ทีมล่าสุดอย่าง เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาเจ้าตัวลงสนามไปทั้งหมด 192 เกม ยิงได้ 52 ประตูและทำ 62 แอสซิสต์ จากตำแหน่งมิดฟิลด์และตัวริมเส้น

แค่นี้ก็ทำให้สาวก เอฟเวอร์โตเนียน ต่างซี้ซ้าดครวญครางกันเป็นแถว

จริงอยู่ที่ ไมเคิล แบรนด์ส ผู้อำนวยการสโมสรของ เอฟเวอร์ตัน เคยพูดไว้วว่าพวกเขาจะเน้นการเสริมทัพด้วยนักเตะดาวรุ่งอายุน้อยซึ่งมองว่าสามารถพัฒนาศักยภาพและเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต แต่การมาถึงของกองกลางทีมชาติโคลอมเบียก็แสดงให้เห็นว่าทีมของ อันเชล็อติ ยังต้องการนักเตะที่มีประสบการณ์และมีเกรดเพื่อช่วยให้ทีมสามารถตั้งหลักยืนระยะได้ใน พรีเมียร์ลีก

เดอะท็อฟฟีบลูส์ จึงกลายเป็นทีมที่น่าจับตามองทีมหนึ่งในฤดูกาลนี้ และเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ใช่แค่ทีมที่ต้องการอันดับเป็นเลขตัวเดียวบนตาราง แต่การได้กลับไปโลดแล่นในฟุตบอลยุโรปน่าจะเป็นสิ่งที่แฟนบอลฝันถึงกันแล้วในเวลานี้


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/opinion-james-rodriguez-best-deal-of-everton

 

Ad Space

You Might Also Like