บอลไทย

เก่าไป-เก่ามา

ฟุตบอลไทยลีกสัปดาห์นี้ ล็อกถล่ม! ชนิดวัวตายความล้มไปตามๆกันครับ ตั้งแต่เกมวันเสาร์ที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เจ๊งคาบ้านให้กับทีมท้ายตาราง อย่าง ตราด เอฟซี 0-1 ทำเอา อเล็กซานเดร กามา ประกาศลาเก้าอี้กุนซือกิเลนทันที โดยไม่รอให้หมดสัญญาในเดือน พ.ย.นี้ 

ส่วนวันอาทิตย์ ยิ่งเซอร์ไพรซ์ซะกว่า เมื่อแข้งเซราะกราว บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายปราชัยในช้างอารีน่าของตัวเองให้กับ นครรราชสีมา มาสดา เอฟซี ทีมในโซนสีแดง ไปอย่างไม่น่าเชื่อ 1-2

ขณะที่อีกทีม คือ พลพรรค “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็ดันแพ้คารังให้ สุโขทัย เอฟซี 4-5 นับเป็นความพ่ายแพ้ 4 นัดติด จนทำให้กุนซือ มาโน โพลกิง ต้องแถลงไขก๊อกเพื่อรับผิดชอบผลงานของตัวเอง ปิดตำนานเฮดโค้ชที่อยู่คุมสโมสรเดียวในไทยลีกนานที่สุดถึง 6 ปีครึ่งลงอย่างน่าเศร้า !!

กลายเป็นว่าตอนนี้โฟกัสของกระแสข่าว ไม่ได้อยู่ที่ทีมไหนจะเป็น “ตัวเต็ง”ในการลุ้นอันดับ 1-4 ไปลุยถ้วยเอเชียอีกแล้ว แต่ดูเหมือนข่าวรำ่ข่าวลือ เรื่อง “เก้าอี้ดนตรี” ตำแหน่งเฮดโค้ชของบรรดาบิ๊กทีมเหล่านี้จะถูกจับจ้องมากกว่า ว่าที่สุดแล้ว โค้ชกามา จะโยกไปคุมทีมไหน สลับขั้วกับ กุนซือมาโน รึเปล่า หรือ เมืองทอง จะตั้งใครขึ้นมาทำหน้าที่แทน

บุรีรัมย์ ล่ะ แพ้นัดนี้จะมีเอฟเฟคต์ยังไง โบชิดาร์ บันโดวิช จะยังได้คุมต่อหรือไม่ ทุกคนอยากรู้คำตอบที่ชัดเจนด้วยกันทั้งนั้น เพราะเหลืออีกไม่กี่นัดแล้วก็จะจบเลกแรก ซึ่งในความน่าจะเป็นเมื่อพิจารณาตามสถานการณ์เรียลไทม์ตอนนี้แล้ว หลังจบเกมที่เมืองทองแพ้ตราด มีสายรายงานผมมาว่า อเล็กซานเดร กามา มีสิทธิจะคัมแบ็กถิ่นอีสานใต้ค่อนข้างสูง แต่พอวันรุ่งขึ้น เจ้าตัวกลับโผล่ไปนั่งดู แข้งเทพ ที่ธรรมศาสตร์ รังสิต แถมเจ้าถิ่นยังแพ้ให้ดูคาตาอีกต่างหาก 

เหมือนบทหนังดรามาที่เขาวางพล็อตไว้เลย เพราะเมื่อจบเกมปุ๊บ มาโน ก็ลาออกปั๊บ และมีข่าวแพลมมาเลยว่าทางแบงค็อกทาบทาม กามา มานั่งเก้าอี้กุนซือคนใหม่อย่างรวดเร็วทันใจแล้ว รอแค่เพียงเจ้าตัวตอบเซย์เยสเท่านั้น ส่วนทางฝั่ง บุรีรัมย์ ตอนนี้ยังเงียบสงบ ไม่มีข่าวอะไรเล็ดรอดออกมา เลยยังไม่รู้ว่าทางเจ้าของทีมเขากำลังคิดอะไรอยู่ ในเมื่อฟอร์มการเล่นในปีนี้มันช่างดูห่างไกลกับความสำเร็จที่ตั้งเป้าเอาไว้ซะเหลือเกิน ดังนั้นสาวกปราสาทสายฟ้าเองจึงลุ้นอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเฮดโค้ชอีกสักครั้ง เพราะดูแล้วถ้าขืนทนทู่ซี้กับคนเดิมๆต่อไป ก็คงไม่มีอะไรที่ดีขึ้นไปกว่านี้หรอก

และที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ “บิ๊กเป้” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสร บอกมาแล้วว่า ได้ตัวกุนซือคนใหม่มาแทนโค้ชกามาเรียบร้อยแล้ว รอเปิดตัวในการฝึกซ้อมช่วงเย็นวันนี้ (19 ต.ค.) จะได้รู้กันแน่นอน ซึ่งดูแล้ว กิเลนผยอง คงจะดันสตาฟฟ์โค้ชในคาถาตัวเองขึ้นมาทำทีมค่อนข้างแน่ ไม่น่าจะดึงตัวโค้ชคนนอกมากู้วิกฤติอย่างที่เคยมีข่าวกะเก็งกันออกมาก่อนหน้านี้ 

โดยล่าสุดระดับบิ๊กของเมืองทอง เพิ่งเผยกับผมว่า ตอนนี้บอร์ดบริหารสโมสรเน้นไปที่การสร้างนักเตะดาวรุ่งสายเลือดใหม่เป็นหลัก ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่จะมีการผลักดันเอาบรรดาผู้ฝึกสอนรุ่นใหม่ ที่เป็นคนของเมืองทองแท้ๆขึ้นมาทำทีมดูบ้าง โดยปรากฎชื่อของอดีตแข้งผู้เป็นตำนานของกิเลน ทั้ง “ซูเปอร์มาริโอ” มาริโอ ยูรอฟสกี้ กับ ดานโญ เซียก้า 2 กุนซือในชุดเยาวชน โผล่ขึ้นมาเป็น ‘เต็งหาม’ เช่นเดียวกับ “เจ้าโอ๊ต” ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ อดีตปราการหลังจอมแกร่ง ก็ติดอยู่ในโผนี้เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดจะมี โค้ชอุทัย บุญเหมาะ ที่มีไลเซนส์พร้อมใช้งาน คอยเป็นพี่เลี้ยงซัพพอร์ตอยู่

สรุปว่านี่เป็นโมเดล “กุนซือคนเก่าไป” แต่จะแทนที่ด้วย “อดีตนักเตะเก่า”ของตัวเองกลับมา เพื่อสร้างอนาคตใหม่ไปด้วยกัน ให้สมกับที่เป็นยุค“RED VOLUTION” อย่างแท้จริง !!!

บี บางปะกง


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thairath.co.th/sport https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/thaipremierleague/1956139

 

Ad Space

You Might Also Like