บอลไทย

เอาที่สบายใจ

เห็นโปรแกรม “ฟีฟ่า เดย์” ของสมาคมลูกหนังไทยแล้วหงุดหงิดแทนบรรดาสโมสรเลย ทั้งที่ทั่วโลกส่วนใหญ่เขางดกันหมด และทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า เอง ก็ไม่ได้บังคับเพราะรู้ดีว่าปีนี้แต่ละชาติต้องเจอกับวิกฤติที่หนักหนาสาหัสจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทำให้กิจกรรม “ฟีฟ่า เดย์” ที่เคยจัดเป็นประจำต้องงดตามไปด้วย ที่สำคัญทุกชาติยังล็อกดาวน์

ไม่มีการเปิดน่านฟ้าแบบเสรีทำให้การเดินทางเกิดความยากลำบาก แถมยังต้องมีการกักตัวอีก 14วันตามมาตรการความปลอดภัย

แต่เอ๊ะ! ทำไมสมาคมลูกหนังไทยของ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง ถึงมาจัด ทั้งที่ก็รู้ดีว่าปีนี้ไม่มีความพร้อมสักอย่าง

โดยเฉพาะลีกไทยเองก็เจอผลกระทบเข้าเต็มเปาถึงขนาดต้องเลื่อนจัดจากที่เคยจบในปีนี้ต้องขยับไปเป็นปีหน้า ทั้งที่ความจริงต้องปิดฤดูกาลในปลายปีนี้

จนเป็นเหตุให้วุ่นวายไปตามๆกัน จะด้วยเหตุผลอะไรใครสั่งมาหรือมี “ธง” ของใครตั้งเอาไว้ คงไม่อยากไปพูดถึง

เชื่อว่าหลายสโมสรเองเขาก็รู้ดีอยู่ และก็คงเอือมระอาไปตามๆกัน

การจัด “ฟีฟ่า เดย์” วันนี้มีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน และแต่ละสโมสรเขาสมยอมหรืออยากปล่อยนักเตะของตัวเองไปร่วมหรือเปล่า คงคิดกันได้เอง เอาแค่โปรแกรมลีกในประเทศก็เยอะอยู่แล้ว

หากมาจัด “ฟีฟ่า เดย์” ในปีนี้บอกเลยถือเป็นการเพิ่มภาระให้กับสโมสรมากที่สุด ด้วยระยะเวลาที่มีอยู่น้อยแต่อัดแน่นด้วยโปรแกรมแข่งขัน แล้วมาเพิ่ม “ฟีฟ่า เดย์” มันจะเยอะเกินไปหรือเปล่า

กล้าพูดแทนบรรดาสโมสรเลยว่าไม่มีใครอยากส่งนักเตะของตัวเองมาร่วมแน่นอน เพราะหากพลาดนักเตะของตัวเองเจ็บขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ

อย่างที่เคยบอกทีมสโมสรลงทุนลงแรงไปหลายบาทไม่ใช่แค่หลักสิบแต่เป็นหลักล้าน ยิ่งสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยแล้วเชื่อว่าทุกคนมีเหนื่อย

ที่สำคัญไม่รู้ว่ากุนซือใหญ่ “อากิระ นิชิโนะ” เห็นดีด้วยหรือเปล่าที่จัด “ฟีฟ่า เดย์” ขึ้นมา

ผมว่าเอาเวลาที่จัดปล่อยให้ “นิชิโนะ” ไปนั่งดูเกมเพื่อส่องกล้องหานักเตะฝีเท้าดีน่าจะเหมาะกว่า เพราะเมื่อหมดจากลีกแล้วน่าจะได้ตัวนักเตะที่มีคุณภาพคับแก้วเพราะมีเวลาให้เลือก

จริงอยู่กิจกรรม “ฟีฟ่า เดย์” อาจเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย แต่บอกเลยไม่ใช่ปีนี้

หรือ “บิ๊กอ๊อด” ลืมไปว่าทั่วโลกตอนนี้กำลังเจอกับวิกฤติโควิด

เกมอุ่นเครื่องกับทีมรวมดาราไทยลีก ในวันเสาร์ที่ 14 พ.ย. ถ้าเทียบกับเกมไทยลีกมันแตกต่างกันตรงไหน ผมว่าเกมลีกหนักกว่าด้วยซ้ำไป เพราะทุกสโมสรต่างก็ต้องการชัยชนะเพื่ออันดับ

เอาเถอะครับเมื่อท่านประมุขลูกหนังวางโปรแกรมไว้แล้วก็ต้องทำไป เพราะทุกอย่างอยู่ในมือท่านอยู่แล้ว

ดีหรือไม่ดีคิดผิดหรือคิดถูกว่ากันไป “เอาที่สบายใจเลยครับ”.

โจโจ้


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thairath.co.th/sport https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/thaipremierleague/1971279

 

Ad Space

You Might Also Like