บอลไทย

สู่ยุค “วี-ลีก” เวียดนาม กลับมาบูม

หากคุณผู้ชมได้เห็นหัวข้อเรื่องแล้ว คงจะคิดว่าผู้เขียนอย่าง “ข้าวบาร์เลย์” พูดเกินไปแน่ๆ แต่ถ้าหันไปมองจากโครงสร้างลีก และตัวเลขสถิติแล้ว นับว่าไม่ธรรมดา

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การที่ “ด่วน เหงียน ดึ๊ก” ประธานสโมสรฮองอันห์ยาลาย ตัดสินใจทุ่มงบประมาณในการจ้าง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกุนซือทีมชาติไทยไปคุมทัพ  

ข่าวแนะนำ

ที่กล่าวไปข้างต้น เชื่อว่า วัตถุประสงค์หลักในการดึง “ซิโก้” ไปคุมทีมฮองอันห์ยาลายอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการคุมทีมในสนามหรือบุญคุณเท่านั้น แต่เชื่อว่า “บอสดึ๊ก” คงมองเห็นถึงกระแสความนิยมของฟุตบอลวี-ลีก ที่จะช่วยความคึกคักได้ เพราะที่ผ่านมา “ซิโก้” คือนักเตะขวัญใจของชาวเวียดนาม นับตั้งแต่ที่เจ้าตัวได้มาค้าแข้ง และสร้างความสำเร็จมาจนถึงช่วงที่เขามารับงานกุนซือ 

ในช่วงเวลาที่เขาคุมทีมชาติไทย แฟนๆ ทีมเวียดนามต่างรู้จัก “ซิโก้” ในฐานะของกุนซือผู้มากความสามารถ อีกทั้งยังเคารพในความสามารถของกุนซือรายนี้  

ดังนั้น ทันทีที่เขาเปิดตัวคุมทีมฮองอันห์ยาลาย นั่นจึงถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลบ้านเขา เพราะชื่อของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ถือเป็นตำนานของฟุตบอลเวียดนามไปแล้ว ดังนั้น นี่คือการปลุกกระแสฟุตบอล วี-ลีก ให้เพิ่มมากขึ้นไปอีกขั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตเราอาจได้เห็นนักฟุตบอลไทย โยกไปค้าแข้งกับทีมในวี-ลีก อีกครั้ง 

กลับมาที่กระแสแฟนฟุตบอลในศึกวี-ลีกกันบ้าง จากสถิติจำนวนผู้ชมที่ออกมาในปี 2020 สโมสรฟุตบอลในวี-ลีก ได้รับกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยม สโมสรอย่างนัมดินห์ เอฟซี, โฮจิมินห์ ซิตี้, ไซง่อน เอฟซี รวมไปถึงฮองอันห์ยาลาย ต่างมีแฟนฟุตบอลให้การตอบรับเข้าชมการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง และบางนัดมีแฟนฟุตบอลเต็มสนาม นั่นแสดงให้เห็นว่าฟุตบอลวี-ลีก ได้รับความนิยมจากคนเวียดนาม อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่รุนแรงในประเทศ ทำให้จำนวนผู้ชม สามารถเข้าชมในสนามได้โดยที่ไม่ต้องกังวลอะไรมาก  

ปัจจัยเรื่องของผลงานทีมชาติเวียดนาม ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลลีกกลับมาบูม เพราะอย่าลืมว่า ทีมชาติเวียดนามคือเบอร์ 1 ของอาเซียนในรายการสำคัญๆ ทั้งสิ้น ส่งผลให้ฟุตบอลลีกของเขาได้รับความนิยมไปด้วย

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสฟุตบอลวี-ลีก ไม่ได้แพ้ไทยลีกบ้านเราเลย สังเกตจากจำนวนแฟนฟุตบอลที่เต็มสนามเกือบทุกนัด อีกทั้งปัจจุบันลีกเวียดนาม ยังถือเป็นเป้าหมายของผู้เล่นต่างชาติที่จะมาค้าแข้ง ถือเป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าวี-ลีก กำลังจะพัฒนามากยิ่งขึ้นในอีกไม่ช้า 

ปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวไปนั้น ถือว่าเป็นการสนับสนุนคำพูดที่ว่า ฟุตบอลวี-ลีก จะกลับมาบูมอีกครั้ง หลังผ่านยุคที่ตกต่ำที่สุดในช่วงต้นทศวรรษ 2010 จากนี้น่าจับตาว่า ถ้าฟุตบอลลีกเวียดนามกลับมาบูมสุดขีดอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อผลงานของทีมชาติเวียดนาม รวมถึงชาติอื่นๆ ในอาเซียนด้วยหรือไม่ ยิ่งบรรยายก็ยิ่งอยากรู้คำตอบแล้วในตอนนี้


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thairath.co.th/sport https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/changsuek/1982565

 

Ad Space

You Might Also Like