บ้าบอลติดเทรนด์

ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส1 รีบใช้ให้หมด 3000ในสิ้นเดือนธันวาเพื่อรับสิทธิเฟส2อัตโนมัติ

จากกรณีที่ กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณาสรุปรายละเอียดลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส2 โดยภายในสัปดาห์หน้า กระทรวงการคลัง เตรียมนำมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจทั้งหมด อันได้แก่ ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส2,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ,ช้อปดีมีคืน และ เราเที่ยวด้วยกัน เพื่อนำเสนอต่อศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา2019  หรือ โควิด-19

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมพร้อมกดปุ่มยืนยัน “คนละครึ่งเฟส2” เดือน ธ.ค.สรุปชัดเจน

ลงทะเบียนคนละครึ่งรอบ4 มาแน่หลังยังไม่ครบ 10 ล้านสิทธิ

นายกฯจัดหนัก 4 มาตรการของขวัญปีใหม่ต่อยอดโครงการกระตุ้นศก.สู้โควิด

ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส2 ดีเดย์ 1 ม.ค.64 ใช้ได้ยาวถึงตรุษจีน

 

สำหรับลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส2 มีความชัดเจนแล้วว่า จะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 1 มกราคม 2564 ให้สิทธิกับประชาชนที่พลาดโอกาสในรอบแรก และ รอบเก็บตก สำหรับประชาชนที่ได้รับสิทธิลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส1 กระทรวงการคลัง มีเงื่อนไขว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิ ควรใช้เงินให้หมด 3 พันบาทในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ เพื่อที่จะได้รับสิทธิร่วมลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส2 แบบอัตโนมัติ

นอกจากนี้ นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลังได้เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง ว่า ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 8.5 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 9,493,942 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 28,609 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 14,599 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 14,010 ล้านบาท ซึ่งจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ

 

สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนในเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 และได้รับ SMS ยืนยันสิทธิแล้ว ขอให้รีบติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย โดยขอให้เริ่มใช้สิทธิในการใช้จ่ายโดยเร็วภายใน 14 วัน นับจากวันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

รองโฆษกกระทรวงการคลังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยมีการติดตามและตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยได้ระงับสิทธิการใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” และระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการนำส่งข้อมูลหลักฐานการกระทำความผิดให้แก่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อใช้สำหรับการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอความร่วมมือประชาชนและร้านค้าให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการ และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่เป็นการดำเนินการผิดเงื่อนไขโดยไม่มีการใช้จ่ายซื้อสินค้าจริงอย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดซึ่งจะมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องไปด้วย


ขอบคุณเนื้อหาจาก ฐานเศรษฐกิจ http://www.thansettakij.com/content/458497

 

Ad Space

You Might Also Like