บอลอื่นๆ

เก่งมาจากไหนก็แพ้ให้โควิด-19 รวมคนกีฬาระดับโลกที่ติดเชื้อ-ได้รับผลกระทบ

โควิด-19 ถือเป็นฝันร้ายที่แพร่กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ไม่เว้นแม้แต่วงการกีฬาซึ่งมีดาวดังระดับโลกที่ชนะการแข่งขันมามากมายก็ยังต้องพ่ายแพ้

หากพูดถึงนักกีฬาหรือผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงกีฬา เชื่อว่าหลายคนน่าจะมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายน่าจะมีภูมิคุ้มกันในการต่อต้านโรคอุบัติใหม่นี้มากกว่าคนทั่วไป

แต่สุดท้ายโรคโควิด-19 ก็สามารถติดกับใครก็ได้โดยไม่เลือกหน้า ต่อให้ประมาทหรือป้องกันตัวเองดีแค่ไหน ซึ่งบางรายต้องใช้เวลานานกว่าจะหายขาด ขณะที่บางรายแม้ไม่ได้ติดเชื้อด้วยตัวเอง แต่ก็ทำให้ต้องสูญเสียคนในครอบครัวอันเป็นที่รักไป

และนี่คือบางส่วนของคนดังระดับโลกในวงการกีฬาที่เป็นผู้ติดเชื้อและได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19

1. คริสเตียโน โรนัลโด 


ยอดดาวยิงวัย 35 ปี ถือเป็นนักเตะที่ขึ้นชื่อเรื่องการดูแลตัวเองอย่างดีเยี่ยม ทำให้มีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งและฟิตเปรี๊ยะเกินกว่าคนในวัยเดียวกัน อีกทั้งยังผ่านการคว้าแชมป์และรางวัลส่วนบุคคลนับไม่ถ้วนกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส ตลอดจนทีมชาติโปรตุเกส

แต่แล้วเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม “ซีอาร์เซเว่น” กลับได้รับการยืนยันว่ามีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก ระหว่างอยู่ในแคมป์ทีมชาติโปรตุเกสที่กำลังเตรียมสู้ศึกยูฟ่า เนชันส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ลีกเอ กลุ่ม 3 นัดที่ 4 พบกับ สวีเดน 

แม้ โรนัลโด จะติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ แต่การฟื้นตัวเพื่อกลับมาลงสนามอีกครั้งไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อต้องใช้เวลานานถึง 19 วัน กว่าจะมีผลตรวจออกมาเป็นลบ ซึ่งก็ทำให้เขาพลาดแมตช์สำคัญในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 กลุ่มจี ซึ่ง ยูเวนตุส มีคิวต้อนรับ บาร์เซโลนา ที่นำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี คู่ปรับแห่งยุคนี้ เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม ก่อนที่เกมนั้น “ม้าลาย” ต้นสังกัดของเขาจะแพ้คาบ้าน 0-2

ไม่เพียงเท่านั้น การติดโควิด-19 ของ เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม “บัลลงดอร์” 5 สมัย ยังส่งผลกระทบถึงหุ้นของสโมสรยูเวนตุสในตลาดหุ้นที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งทันทีที่ข่าวนี้ออกมา หุ้นของ ยูเว ก็ปรับตัวลงอย่างรวดเร็วถึง 6.9 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการร่วงลงต่ำที่สุดในรอบ 6 เดือนเลยทีเดียว

2. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 


ปีกจอมถล่มประตูผู้เป็นวีรบุรุษพาทีมชาติอียิปต์ไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ครั้งแรกในรอบ 28 ปี เมื่อปี 2018 และยังเป็นคีย์แมนที่พา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 รวมถึงได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นการกลับมาครองแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษในรอบ 30 ปีของสโมสร แต่กลับต้องมาตกม้าตายง่ายๆ จนติดเชื้อโควิด-19

ดาวเตะวัย 28 ปี ได้รับการยืนยันว่ามีผลตรวจเป็นบวกเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน หลังไปร่วมงานแต่งงานของ นาสเซอร์ น้องชายแท้ๆ ระหว่างกลับไปรับใช้ทีมชาติอียิปต์ แล้วมีภาพออกมาว่าเจ้าตัวไปร่วมเต้นฉลองภายในงานโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยป้องกัน และยังมีผลตรวจเป็นบวกถึง 2 รอบ

แม้จะใช้เวลาเพียง 11 วันก่อนคัมแบ็กกลับมาช่วย “หงส์แดง” แต่เกมแรกหลังฟื้นตัวจากการติดเชื้อ ซาลาห์ ก็อยู่ในสนามไม่ครบ 90 นาที และทีมยังแพ้คาบ้านให้กับ อตาลันตา 0-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน

3. เป๊ป กวาร์ดิโอลา


กุนซือวัย 49 ปี อาจจะประสบความสำเร็จมากมายในชีวิตกับการคว้า 14 แชมป์ที่ บาร์เซโลนา, 7 แชมป์ที่ บาเยิร์น มิวนิก และอีก 8 แชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ถ้าเลือกได้เขาคงอยากแลกถ้วยแชมป์ทั้งหมดที่มีกับชีวิตของ โดลอร์ส ซาลา การ์ริโอ คุณแม่ของเขาที่ต้องด่วนจากไปแบบไม่มีวันกลับ

เมื่อวันที่ 6 เมษายน เป๊ป ได้รับข่าวร้ายว่ามารดาที่อาศัยอยู่ในบ้านเกิดที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เสียชีวิตในวัย 82 ปี จากการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์การระบาดที่แดนกระทิงดุในช่วงนั้นมีผู้ติดเชื้อไปแล้ว 135,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 13,000 คน

4. พอล ป็อกบา 


มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ต้องถอนตัวจากแคมป์ “ตราไก่” ชุดทำศึกยูฟ่า เนชันส์ลีก ในช่วงต้นเดือนกันยายนทันที หลังถูกมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม แม้ว่าจะใช้เวลาฟื้นตัวเพียง 2 สัปดาห์ และกลับมาทันฝึกซ้อมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงปรีซีซั่นก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่เจ้าตัวยอมรับว่าการติดเชื้อครั้งนี้ส่งผลกระทบไม่น้อย

ป็อกบา เผยว่าช่วงที่เพิ่งหายป่วยใหม่ๆ เขาไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้เลย ทั้งในเกมการแข่งขันจริง หรือแม้แต่ในระหว่างการฝึกซ้อม มันเหมือนกับว่าไม่ใช่ตัวเขาคนเดิม เขารู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยง่ายกว่าปกติ หายใจแทบไม่ทัน และใช้เวลานานกว่าจะกลับมามีความฟิตที่ดี และมีสภาพร่างกายที่พร้อมเต็มที่อีกครั้ง ซึ่งก็ทำให้ดาวเตะเลือดน้ำหอมต้องหลุดจาก 11 คนแรกของ “ปิศาจแดง” หลายครั้งในซีซั่นนี้

5. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช 


ยอดศูนย์หน้าทีมชาติสวีเดน ผู้ผ่านการคว้าแชมป์กับ 7 ทีมจากทั้งหมด 9 สโมสรตลอดชีวิตนักฟุตบอลและยังยืนหยัดค้าแข้งถึงอายุ 39 ปีจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “พระเจ้า” ยังต้องยอมสยบให้กับเชื้อโควิด-19 หลังมีผลตรวจออกมาเป็นบวกเมื่อวันที่ 24 กันยายน จนพลาดลงช่วย เอซี มิลาน ในศึกยูโรปาลีก รอบคัดเลือก

แต่ในระหว่างการกักตัวที่บ้าน ซลาตัน ก็ได้โพสต์ทวิตเตอร์เรียกเสียงฮาจากแฟนคลับ ด้วยการท้าทายเชื้อไวรัสว่า “ผลตรวจโควิดของผมเป็นลบเมื่อวาน และเพิ่งมาเป็นบวกในวันนี้ แต่ยังไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา โควิดกล้ามากที่บังอาจมาท้าทายผม มันเป็นความคิดที่แย่มาก”

6. ปาป ดิยุฟ และ ลอเรนโซ ซานซ์


รายแรกถือเป็นบุคคลประวัติศาสตร์แห่งวงการฟุตบอลยุโรปคนหนึ่ง เมื่อก้าวขึ้นมานั่งแท่นประธานสโมสรโอลิมปิก มาร์กเซย ในระหว่างปี 2005-2009 ทำให้ ปาป ดิยุฟ กลายเป็นคนดำคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ให้กับทีมในลีกใหญ่ของยุโรป แต่ก็ต้องจบชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในวัยเพียง 68 ปี

ส่วนรายหลังก็สร้างความยิ่งใหญ่ในฐานะประธานสโมสรเรอัล มาดริด ระหว่างปี 1995-2000 ด้วยการนำ “ราชันชุดขาว” กลับมาคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี นับตั้งแต่ปี 1966 โดยได้แชมป์ยุโรปมาครองถึง 2 สมัยในปี 1998 และ 2000 รวมถึงคว้าแชมป์ลา ลีกา สเปน กับแชมป์สโมสรโลกอย่างละ 1 สมัยด้วย แต่ก็ต้องมาสิ้นชีพจากการติดเชื้อโควิด-19 เหลือไว้เพียงแค่ชื่อในวัย 76 ปี

7. โนวัค ยอโควิช


จากนักหวดลูกสักหลาดผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคปัจจุบัน เจ้าของตำแหน่งมือ 1 ของโลกประเภทชายเดี่ยว 301 สัปดาห์, 81 แชมป์ชายเดี่ยวในเอทีพีทัวร์ และ 17 แชมป์แกรนด์สแลม กลับตกเป็นจำเลยของสังคมในชั่วพริบตา เมื่อ “โนเล” กลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนๆ ในวงการเทนนิสรวมทั้งตัวเขาเองติดเชื้อโควิด-19

วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา นักหวดหนุ่มชาวเซอร์เบียแถลงข่าวช็อกวงการว่า ผลตรวจโควิด-19 ของเขาออกมาเป็นบวก เช่นเดียวกับ เยเลนา ภรรยา แต่ยังโชคดีที่ผลตรวจของลูกๆ เป็นลบ

สาเหตุก็เนื่องมาจาก ยอโควิช เป็นโต้โผใหญ่ในการจัดทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่อง “อาเดรีย ทัวร์” ที่เซอร์เบียและโครเอเชีย เพื่อให้บรรดานักหวดได้มีเกมอุ่นเครื่องก่อนกลับมาลงแข่งขันเอทีพีทัวร์อีกครั้งในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 

แต่รายการนี้ถูกวิจารณ์เรื่องการละเลยมาตรการป้องกันโควิด-19 ทั้งการไม่สวมหน้ากากอนามัย, ปล่อยให้แฟนเทนนิสจำนวนมากเข้ามาชมในสนาม, ผู้เล่นมีการสวมกอดกันหน้าเน็ต, ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน, เข้าร่วมการแถลงข่าวกันเป็นกลุ่มใหญ่ และยังมีการเล่นบาสเกตบอลกับฟุตบอลนัดพิเศษ รวมถึงจัดปาร์ตี้หลังจบการแข่งขันสัปดาห์แรก โดยไม่สนใจเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมด้วย

ความหละหลวมดังกล่าวทำให้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการเข้าร่วมรายการนี้หลายราย ทั้ง กริกอร์ ดิมิตรอฟ, บอร์นา โชริช และ วิคเตอร์ ทรอยสกี ก่อนที่ “โนเล” จะออกมาแสดงความเสียใจพร้อมกับกล่าวขอโทษในเวลาต่อมา

8. ยูเซน โบลต์


“มนุษย์สายฟ้า” เจ้าของ 8 เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์, 11 เหรียญทองในศึกกรีฑาชิงแชมป์โลก และเจ้าของสถิติโลกในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และผลัด 4×100 เมตร ชาย กลายเป็นผู้ร้ายอีกหนึ่งรายไม่ต่างจาก ยอโควิช หลังจากที่เขาจัดงานปาร์ตี้ฉลองวันเกิดครบอายุ 34 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม และไม่สวมหน้ากากอนามัย

เมื่อจบงานเขาเริ่มรู้สึกผิดปกติ ก่อนที่ผลตรวจโควิด-19 จะออกมาเป็นบวก ซึ่งเวลานั้น นายแอนดรูว์ โฮลเนสส์ นายกรัฐมนตรีจาเมกา ยืนยันว่า โบลต์ จะต้องเข้ารับการรักษาแบบปกติ โดยไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ และต้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนในข้อหาละเลยมาตรการป้องกันการระบาดด้วย

งานนี้เกือบทำให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ดาวเตะตัวจี๊ดเชื้อสายจาเมกาที่ได้รับการเชิญจาก โบลต์ ให้ไปร่วมงานต้องเดือดร้อนไปด้วย แต่ยังโชคดีที่ผลตรวจออกมาเป็นลบ ทำให้กองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ชุดทำศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ในเดือนกันยายน

ขณะที่ ลีออน เบลีย์ ตัวรุกทีมชาติจาเมกาที่อยู่ในงานเดียวกัน ก็ต้องมาลุ้นผลตรวจโควิด-19 และเข้าสู่กระบวนการกักตัว ก่อนเดินทางกลับต้นสังกัด ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ที่ประเทศเยอรมนีในภายหลัง

9. ลูอิส แฮมิลตัน


1 ธันวาคมที่ผ่านมา “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส เอฟวัน ทีม” ต้นสังกัดของ ลูอิส แฮมิลตัน แถลงว่ายอดนักขับชาวอังกฤษ วัย 35 ปี ติดเชื้อโควิด-19 หลังจากมีอาการไข้ต่ำๆ ซึ่งผลการตรวจรอบแรกออกมาเป็นบวก ก่อนตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจซึ่งผลก็ยังออกมาเป็นบวกอีก จนต้องพลาดการลงแข่งรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก 2020 สนามที่ 16 รายการซาคีร์ กรังด์ปรีซ์ ที่บาห์เรน

แฮมิลตัน ถือเป็นนักแข่งฟอร์มูลาวันรายที่ 3 ในฤดูกาลนี้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ต่อจาก เซร์คิโอ เปเรซ นักขับชาวเม็กซิโกจากทีมเรซซิ่ง พอยต์ ที่สนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ ในเดือนสิงหาคม และแลนซ์ สโตรลล์ อีกหนึ่งนักแข่งทีมเรซซิ่ง พอยต์ ชาวแคนาดา ที่ประเทศเยอรมนี ในเดือนตุลาคม

แต่ก็นับว่า แฮมิลตัน ยังโชคดีที่การติดเชื้อไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากเขาการันตีตำแหน่งแชมป์โลกเอฟวันสมัยที่ 7 เป็นสถิติสูงสุดเทียบเท่า มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานชาวเยอรมันไปแล้วเรียบร้อย ตั้งแต่สนามที่ 14 รายการเตอร์กิช กรังด์ปรีซ์ ที่ตุรกี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน

เพราะหลังจากฟื้นตัวกลับมาทันลงซิ่งในเรซที่ 17 อาบูดาบี กรังด์ปรีซ์ รายการส่งท้ายฤดูกาลที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม แฮมิลตัน เหมือนจะยังไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ จนทำผลงานได้ดีที่สุดเพียงแค่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3

เรื่อง : ชัช บางแค

กราฟิก : Supassara Traiyansuwan


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thairath.co.th/sport https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/otherleague/2004407

 

Ad Space

You Might Also Like