บอลไทย

“ช้างศึก 2021” กับภารกิจสำคัญที่ต้องเรียก “ศรัทธา”

ปี 2563 อาจจะเป็นปีที่ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยซบเซา เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รายการสำคัญต้องถูกเลื่อนออกไป แต่ปี 2564 คือปีที่จะเป็นบททดสอบของทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ว่าจะเรียกศรัทธาแฟนฟุตบอลกลับมาได้หรือไม่ 

โปรแกรมแรกของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ คือ ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กลุ่ม G 3 เกม สุดท้าย ตามโปรแกรมแล้ว ทีมชาติไทย มีคิวจะลงสนามพบกับ อินโดนีเซีย ในวันที่ 25 มีนาคม 2564 จากนั้น ในเดือนมิถุนายน ทีมชาติไทย จะบุกไปเยือน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (คาดการณ์ 7 มิ.ย.) และเปิดบ้านพบ มาเลเซีย (คาดการณ์ 15 มิ.ย.) นับเป็นสามนัดที่จะชี้ชะตาว่า ทีมชาติไทย จะยังอยู่ในเส้นทางการเล่นการควอลิฟายไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ที่กาตาร์ หรือไม่

สถานการณ์ปัจจุบัน ทีมชาติไทยมี 8 คะแนน จากการลงสนาม 5 เกม อยู่อันดับที่ 3 ของตาราง มีแต้มตามหลังเวียดนามอยู่ 3 แต้ม  เหตุการณ์จากนี้ หากทีมชาติไทยเก็บได้ 9 แต้มเต็ม จะยังมีโอกาสผ่านเข้าสู่รอบต่อไปสูง ไม่ว่าจะเป็นแชมป์หรือรองแชมป์กลุ่ม แต่ถ้าหากน้อยกว่านั้น ต้องลุ้นว่าจะยังเป็นอันดับที่สองของสายได้หรือไม่  

การผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายของทีมชาติไทย หากทำได้ จะเป็นการการันตีพื้นที่ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 รอบสุดท้าย ที่ประเทศจีน อีกด้วย 

ผงาดต่อ หรือหยุดเเค่นี้ (แต่ภารกิจยังไม่จบ)

สุดท้ายหากทีมชาติไทย สามารถเอาตัวรอด ผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายของโซนเอเชีย ได้สำเร็จ ทีมชาติไทยจะต้องลุยศึกในรอบ 12 ทีมสุดท้ายต่อทันที ในเดือนกันยายน, ตุลาคม และพฤศจิกายน โดยจะมีโปรแกรมแข่งขันประมาณ 5-7 นัด  

แต่หากทีมชาติไทย ไม่ผ่านเข้าไปเล่นรอบ 12 ทีมสุดท้าย ทีมชาติไทยจะต้องเข้าแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 รอบคัดเลือก ที่จะคัดอีก 12 ทีมไปแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศจีน เบื้องต้น วางกำหนดแข่งขันในช่วงเดือนกันยายน, ตุลาคม และพฤศจิกายน คาดว่าจะมีการแข่งขันประมาณ 2-3 นัด  

ดังนั้น เส้นทางในช่วงครึ่งปีหลังของทีมชาติไทย จะชี้วัดที่ผลงานสามนัดของศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 3 นัดจากนี้ 

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ภารกิจทวงเจ้าอาเซียน 

ในช่วงปลายปี การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 จะมีกำหนดแข่งขันอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2564 ถึง 1 มกราคม 2565 นับเป็นรายการที่มีความคาดหวังของทีมชาติไทยเป็นเดิมพัน แม้ฟุตบอลรายการนี้ ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ยืนยันชัดเจนว่า จะให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่งบางส่วนเข้าแข่งขัน และอาจจะไม่ใช่ผู้เล่นหลักทั้งหมด แต่ก็ปฏิเสธถึงความหวังที่จะเป็นแชมป์ในรายการนี้ไม่ได้ 

ความท้าทายของฟุตบอลรายการนี้ คือ การแข่งขันในระบบเหย้า-เยือน ตั้งแต่รอบแรก จนถึงรอบชิงชนะเลิศ ทำให้ทุกปัจจัยมีความสำคัญทั้งหมด รวมถึงชาติคู่แข่งอาเซียนต่างคาดหวังจะเป็นแชมป์ในรายการนี้กันทั้งสิ้น 


ช้างศึก ยู-22 งานสำคัญที่ต้องต่อยอด

ทีมชาติไทยชุดยู-22 จะมีโปรแกรมสำคัญต่อเนื่องในช่วงปลายปี เริ่มต้นด้วยรายการ ฟุตบอล ยู-23 เอเชียนคัพ 2022 รอบคัดเลือก หรือ ชื่อเดิมคือ ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย ที่ทีมชาติไทยสร้างผลงานเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในครั้งที่ผ่านมา ในครั้งนี้ ทีมไทยจะเริ่มต้นเส้นทางในรอบคัดเลือกในฐานะทีมวางในโถที่ 1 เพื่อคว้าพื้นที่เป็น 1 ใน 16 ทีม ที่ได้สิทธิ์ไปเล่นในรอบสุดท้ายต่อไป กำหนดแข่งขันของฟุตบอลรายการนี้ คือ 23 – 31 ตุลาคม 2564

จากนั้นไม่ถึงเดือน ทีมชุดนี้ จะต้องลงแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ 2021 ที่ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน ถึง 2 ธันวาคม ซึ่งไม่ว่าทีมชาติไทยจะใช้ผู้เล่นชุดใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า รายการนี้คือรายการที่ชาวไทยคาดหวังสูงในการเจอกันทีมจากอาเซียน 

สองรายการที่กล่าวไปนั้น คือบทพิสูจน์สำคัญ ของทีมแห่งอนาคต ที่จะก้าวมาสู่ทีมชาติชุดใหญ่ต่อไป 

จับตาอนาคต “นิชิโนะ” ก่อนหมดสัญญาสิ้นปี 2021

สัญญาของอากิระ นิชิโนะ จะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี 2021 ดังนั้น ผลงานในปี 2021 จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญ ของกุนซือจากแดนซามูไรว่าจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนๆ ชาวไทยได้หรือไม่ และจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดกับการคุมทีมชาติไทยในสัญญาฉบับที่สองนี้   

สิ่งที่น่าสนใจคือ หากอากิระ นิชิโนะ หมดสัญญากับทีมชาติไทย กุนซือรายนี้จะตัดสินใจอนาคตกับ “ช้างศึก” อย่างไร และอนาคตของทีมชาติไทยจะเป็นอย่างไร หลังสิ้นสุดการทำทีมในสัญญาฉบับนี้กับนิชิโนะ 


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thairath.co.th/sport https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/changsuek/2003016

 

Ad Space

You Might Also Like