บอลอังกฤษ

แต้มบุญ “แลมพ์” ยังไม่หมด

ผมไม่รู้ว่า แฟร็งค์ แลมพาร์ด ต้องขอบคุณใครก่อนดีระหว่าง อันโตนี โรบินสัน และ เมสัน เมาท์ ที่ช่วยยืดอายุหรือกลับบ้านไปนอนหลับเต็มอิ่มได้ซักที

ครับ อย่างที่เราทราบกันดีว่า ฟูแล่ม เจอเสือสิงห์กระทิงแรดไม่มีเป็นรอง ฉกแต้มจากทีมใหญ่เป็นว่าเล่นและแม้ไม่ชนะมา 5 นัดแต่ก็ไม่แพ้เลย (เสมอรวด)

ดังนั้น สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ หมายมั่นปั้นมือจะยุติวงจรอุบาทว์เล่นดีแต่ไม่มีแต้มในเกมดาร์บี้ แมทช์ รวมถึงทำลายสถิติไม่ชนะ เชลซี มายาวนาน 19 เกมโดยหนสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 2006 นู่นเลย

“สิงห์ไฮโซ” ถูก “เจ้าสัวน้อย” กดที่ละเล็กละน้อยจนกระทั่งค่อยๆมาตั้งเกมได้หลังผ่านไป 25 นาทีดีอยู่ได้ไม่นานทีมเวิร์คและการเอาตัวรอดในที่แคบๆไล่ไปถึงความสามารถเฉพาะตัวทำให้เจ้าถิ่นเริ่มกลับมานวดอีกรอบ

นี่เป็นอีกนัดที่มิดฟิลด์ของ เชลซี ถูกฝั่งตรงข้ามดับรัศมี ไม่มีใครที่ทำอะไรกับบอลได้เลยนอกจากส่งไปมาบอลไม่คืบหน้า การโจมตีตรงกลางหรือมูฟเมนท์ของนักเตะไม่ได้ทำให้ ฟูแล่ม รู้สึกเล่นยากอะไรเลย

แต่การเข้าบอลโง่ๆในช่วงเวลาสำคัญก่อนหมดครึ่งแรกแค่นาทีเดียวของ โรบินสัน ได้ทำลายแผนและความพยายามของเพื่อนร่วมทีม เป็นการเข้าบอลที่ไม่จำเป็น ไม่อยู่ในจุดอันตรายที่ต้องตัดเกมใดๆ

ก่อนเกิดเหตุการณ์ใบแดงผมแว่วๆมาว่าผู้บรรยายบอก ฟูแล่ม ครองบอลช่วง 15 นาทีหลังมากถึง 65%

ทำให้ครึ่งหลัง ฟูแล่ม ไม่มีทางเลือกต้องรับอย่างเดียวเพราะสวนไม่ขึ้นแต่ เชลซี ก็ไม่ได้ฉกฉวยความได้เปรียบอะไรแบบชัดเจนเพราะรูปเกมเหมือนไม่ได้ดีกว่าอะไร

เกมเหนียวๆแบบนี้ถ้าใครได้ดูมันแบ่งแต้มแหง๋ๆครับจนกระทั่ง “สิงห์บลู” มาได้ประตูแบบมีโชคเล็กน้อยเมื่อ อัลฟอนส์ อเรโอล่า นายทวารที่เล่นดีมาทั้งเกมปัดบอลทิ้งผิดสูตรเลยถูก เมาท์ ตั้งป้อมยิงก่อนหมดเวลาแค่ 12 นาที

ทันทีที่ประตูนี้เกิดขึ้นผมสัมผัสได้ถึงความโกรธและโมโหของนักเตะเจ้าถิ่นที่พากันบุกและแย่งบอลเหมือนรับไม่ได้ที่สกอร์ตามหลัง

ฝั่ง เชลซี เมื่อเจออีกฝ่ายโหมก็ไม่สนภาพลักษณ์ความเป็นไฮโซเพราะทุกคนพร้อมเคลียร์พร้อมทำลายเกมแบบไม่คิดชีวิตจนใบเหลืองไหลรัวๆ นี่คือเกมที่จะช่วยเซฟเก้าอี้เจ้านายและการจะทำให้บรรยากาศในทีมดีขึ้นเกมนี้ต้องชนะเท่านั้น

Dark mode อีกแง่มุมคืออาการของ ติโม แวร์เนอร์ ทำท่าจะกู่ไม่กลับ ความมั่นใจแดงเถือก ขนาดหลุดเดี่ยวไปล่อเป้าเพื่อปิดเกม 2-0 ช่วงทดเจ็บแต่ยิงแบบไม่ติดเซฟไม่อะไรทั้งนั้น หลุดเสาไกลไปนู่นเลย

นี่ขนาด แลมพาร์ด ให้นั่งสำรองและลงมาในช่วงที่นักเตะ “เจ้าสัว” แทบไม่เหลือแรงยังไม่เอา จากที่คนบอกฟอร์มแย่เพราะถูกจับไปเล่นปีก พอมาเล่นหน้าก็ยังไม่รอด สำรองเรียกสติก็ยังกู่ไม่กลับ

3 แต้มของ เชลซี ทำให้ตำแหน่งในตารางดูน่ารักขึ้นมาหน่อยเพราะตอนแรกหล่นมาที่ 10 แต่ตอนนี้ขยับขึ้นมาที่ 7 มองเห็นอันดับ 4 ด้วยตาเปล่าได้ชัดขึ้นกว่าเดิมเยอะ (ตาม 3 แต้ม)

แต่ความรู้สึก “เชื่อมั่น” ต่อตัวของ แลมพ์ ในสายตาแฟน เชลซี ผมว่าเกมนี้ไม่ได้ทำให้เครดิตเพิ่มขึ้นมาแถมลดลงด้วยซ้ำ

คนที่เห็นเกมนี้มองเหมือนกันว่าถ้า 11 ตัวเท่ากัน “สิงห์” ไม่น่ารอดเนื่องจากรูปเกมที่ออกมา ทรงการพาบอลขึ้นมา ฟูแล่ม น่ากลัวคุกคามกว่าชัดเจน

ถ้าจะบอกว่า แลมพ์ เหมือนอุ้มระเบิดเอาไว้ก็ไม่ผิดเพราะทุกๆเกมที่ เชลซี ลงเล่นมีแต่ทรงกับทรุดในเมื่อแกไม่สามารถพลิกฟื้นสภาพทีมเหมือนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำกับ แมนฯยูไนเต็ด

มันจึงน่าสนใจว่าสุดท้ายแล้วอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษผู้นี้จะเหลือแต้มบุญกินไปอีกนานแค่ไหน

ส่วน สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ คงต้อง regroup และไซโคนักเตะให้รู้สึกว่าเวย์ที่เดินอยู่มันมาถูกทางแล้ว ขอเพียงแค่ชัยชนะซักนัดประตูน่าจะไหลได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ

แต่เกมหน้า ฟูแล่ม ต้องชดใช้กรรมจากผลพวงของใบแดงของ โรบินสัน และ สะสมใบเหลืองครบของ บ็อบบี้ เด คอร์โดว่า-รีด (ฟังผู้บรรยายมา) ทำให้ทั้งคู่ชวดเจอเกมหนักกับ แมนฯยูไนเต็ด ในวันพุธนี้

ไม่รู้เป็นเรื่องบังเอิญไหมที่คอลัมน์ล่าสุดของผมพูดถึงทั้ง ฟูแล่ม และ ไบรจ์ตัน และทั้ง 2 ทีมเตะต่อกันจนผมได้นั่งดูอยู่ด้วย

ผมพูดถึงทรงบอลของสองทีมนี้ว่าดีกว่าทีมใหญ่บางทีมด้วยซ้ำแต่ยังขาดส่วนประกอบสำคัญที่ทีมใหญ่มีนั่นคือการจบสกอร์ที่จะรวมฟอร์มกับชัยชนะให้มันเกิดขึ้นพร้อมกัน

ไบรจ์ตัน สามารถปลดแอกเอาชนะเกมที่ 3 ของซีซั่นพร้อมฉีกตัวเองออกจากระยะห่างโซนอันตรายที่เดิมที่หมิ่นเหม่แค่ 2 ตอนนี้หายใจสะดวกขึ้นมาอีกนิดคือ 5 แต้ม

ทีมที่เด็กๆของ แกรห์ม พอตเตอร์ บุกไปโค่นถึงถิ่นคือ ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมจอมบ้าพลัง

ทั้งคู่เล่นบอลทรงเดียวกันคือตั้งเกมจากเขตโทษตัวเองขึ้นมา สิ่งที่ “ยูงทอง” ด้อยกว่าคือทำบอลตายระหว่างทางมากกว่าและเล่นละเอียดน้อยกว่า

ที่เหนือกว่าเพียงอย่างเดียวคือพลังงานที่ไร้ขีดจำกัด

แต่ที่ มาร์เซโล่า บิเอลซ่า ลืมนึกไปคือ “นกนางนวล” เพิ่งรับมือการเล่นที่โหดและซับซ้อนกว่านี้อย่าง แมนฯซิตี้ มาแล้วดังนั้นการจะรับมือกับทีมคนซื่อเล่นเหมือนกันทุกนัดอย่าง “ยูงทอง” ไม่ใช่ภาระที่ยากกว่าที่เคยทำมา

ประตูโทนนาที 17 เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงทีมเวิร์คและระบบที่หาตัวจับยาก บอลระดับอาชีพการพาบอลมายิงระยะเผาขนในแบบที่ไม่ใช่ชุลมุนถ้าไม่ใช่แนวรับที่ห่วยจัดก็เป็นแนวรุกที่ดีเกิน

ซึ่งผมขอปรบมือให้กับลูก tab in 3 หลาเข้าไป มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนตอนผมเล่นฟุตซอลที่พื้นที่น้อยมากแต่หาทางเจาะจนหลุดแล้วไหลให้เพื่อนปิดจ็อบที่เสาไกล

มาถึงบรรทัดนี้ผมขอตัดจบดื้อๆด้วยเชิญชวนให้ช่วยเอาใจช่วย ไบรจ์ตัน และ ฟูแล่ม 2 ทีมคุณภาพให้อยู่รอดเพื่อเราจะได้มีโอกาสดูถ่ายทอดสดต่อ

โดยเฉพาะฝ่ายหลังกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงอัฒจันทร์ที่จะเพิ่มความจุอีก 4,300 ที่นั่งรวมทั้งหมดอยู่ที่ 30,000

งบการต่อเติมอยู่ที่ 100 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นเงินมหาศาลเมื่อพิจารณาจากช่วงโควิดและคงดูไม่จืดแน่ๆครับถ้าเปิดใช้แล้วทีมต้องไปอยู่ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เผลอๆไม่รู้กี่ปีกว่าจะได้กลับมาอีก

อารมณ์ของคนเราเวลาขึ้นแล้วมันลงยากซึ่งตรงกันข้ามกับ “ลีกรอง” ที่บอกเลยครับว่าพอได้ลงแล้วขึ้นโคตรยาก…


ขอบคุณเนื้อหาจาก Soccersuck.com http://www.soccersuck.com/boards/topic/1962494

 

Ad Space

You Might Also Like