บอลไทย

เสน่ห์เขี้ยวสมุทร

ตอนนี้ฟุตบอลไทยลีกอยู่ในช่วงเลื่อนหนีโควิด-19 ออกไปตลอดทั้งเดือน ม.ค. ข่าวคราวความเคลื่อนไหว ต่างๆ ก็เลยดูเหมือนจะเงียบหงอยตาม ไปด้วย

เอาเป็นว่าเรียงหน้าชนวันนี้ผมจะเขียนถึงอีกหนึ่งสโมสรที่สร้าง ผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับทั้งฟอร์มการเล่น และพัฒนาการของพวกเขา ซึ่งมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ก็แล้วกัน

สมุทรปราการ ซิตี้ คือทีมนั้นที่ผมนึกถึง 

ผลงานของ “เขี้ยวสมุทร” ใน 4 นัดหลังสุด ถือว่าโดดเด่นเป็นอย่างมาก

พวกเขาเชือดบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-1 พิชิตชลบุรี เอฟซี 4-1 ถล่มตราด เอฟซี 4-0 และนัดล่าสุด

ยำใหญ่ใส่รองจ่าฝูงอย่างการท่าเรือ เอฟซี แบบไม่ไว้หน้า ด้วยสกอร์ที่ออกมา 6-3

เรียกว่าอะไรก็หยุดพวกเขาไม่อยู่

แต่ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่ระฆังพักยกดังขึ้นเสียก่อน ไม่เช่นนั้นทีมที่จะต้องเจอพวกเขาคงได้หนาวๆร้อนๆกันเป็นแถว

ความร้อนแรงของ สมุทรปราการ ส่วนหนึ่งมาจาก การทำงานของกุนซือเลือดซามูไร อย่าง มาซาทาดะ อิชิอิ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่น เอาระบบเพรสซิ่ง ของญี่ปุ่นมาใช้ ซึ่งแม้แรกๆนักเตะไทยยังปรับตัวให้เข้ากับระบบการเล่นไม่ได้ จึงมีแพ้บ้าง ชนะบ้าง

แต่ทันทีที่ทุกอย่างเริ่มลงตัว ทีมทีมนี้ก็ติดเทอร์โบ มีสไตล์เล่นสนุก และเอนเตอร์เทนแฟนๆ ด้วยสปีดบอลอันรวดเร็วเร้าใจ จนทีมอื่นพลิกตำรา รับกันไม่ทัน

ขนาดเฮดโค้ชทีมชาติไทยอย่าง อากิระ นิชิโนะ ยังเอ่ยปากชมว่านี่คือการทำงานของโค้ชร่วมชาติที่รู้มือกันดี และช่วยสร้างระบบการเล่นเป็นพื้นฐานก่อนถูกส่งมาสู่ทีมชาติ

เมื่อทีมผลงานดี นอกจากเหล่าดาวรุ่งของทีม มีแววจะถูกเรียกติดทัพช้างศึกในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกันหลายคน นักเตะฟอร์มฮอตอย่าง “เจ้าเท่” เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ยังเนื้อหอมเมื่อมีความสนใจจากทีมในเจลีก ญี่ปุ่น อยากจะได้ตัวไปร่วมทีมแบบ จริงๆจังๆด้วย

แต่แล้วเจ้าตัวก็ออกมาสยบข่าว โดยบอกว่าจะขออยู่ช่วยสมุทรปราการจนจบฤดูกาลนี้แน่ๆ

ส่วนอนาคตข้างหน้านั้นค่อยว่ากันอีกที

เบื้องหลังความมันส์ และฟอร์มอันสะเด่าเร่าร้อน อย่างนี้ของสมุทรปราการ อีกหนึ่งความดีความชอบคงต้องยกให้ “คุณเจี๊ยบ” ศิริมา พานิชชีวะ ประธานสโมสร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงที่ทุ่มสุดตัวให้กับการทำทีม

และก็ต้องให้เครดิตว่าการเลือกกุนซือ “อิชิอิ” เข้ามากุมบังเหียน เพราะต้องการให้เข้ามาพัฒนานักเตะไทย ที่ส่วนใหญ่ยังเป็นวัยรุ่นให้มีทัศนคติแบบญี่ปุ่น มีรูปแบบ วิธีการเล่นสไตล์เดียวกับมหาอำนาจของเอเชียนั้น

เป็นวิสัยทัศน์อันถูกต้อง

ที่สำคัญเธอเองยังวางบทบาทของตัวเองได้เป็นอย่างดี ไม่มีก้าวก่าย และให้โอกาสโค้ชทำทีม อย่างอิสระ

เชื่อว่าหลังกลับมาจากการพักเบรกให้โควิด-19 หากสมุทรปราการฟอร์มยังร้อนแรงแบบนี้ น่าจะปลุก ชีวิตชีวาให้ชาวปากน้ำแห่แหนเข้ามาเชียร์เขี้ยวสมุทร หนาแน่นขึ้นกว่าเดิม

ในส่วนของทีมถ้ายังสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แบบนี้ไปได้เรื่อยๆ ก็เชื่อว่า สมุทรปราการ ซิตี้ คงจะ ทะยานขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำลูกหนังเมืองไทยได้ ในเร็ววัน

ไม่เชื่อก็คอยดู!

พาวเวอร์บอมบ์


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thairath.co.th/sport https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/thaipremierleague/2014437

 

Ad Space

You Might Also Like