บอลอังกฤษ

‘ผี’ ปรับลุคครึ่งหลังพลิกชนะ / เกมรับ ‘ไก่’ ไม่เอื้อระบบ ‘น้ามู’

นิวคาสเซิ่ล 2-2 สเปอร์ส

ปัญหาที่ทำให้ สเปอร์ส ของ โจเซ่ มูรินโญ่ 3 วันดี 4 วันไข้ยังหนีไม่พ้น “แนวรับ” ที่ห่วยแค่ไหนใช้ นิวคาสเซิ่ล อิงในเกมนี้ได้ชัดเจนที่สุด

การปล่อยให้ “สาลิกา” (ที่ไม่มี คัลลัม วิลสัน ดาวซัลโวสูงสุด 10 ประตู) ยิงถึง 2 ประตูทั้งๆที่มีสถิติยิงเฉลี่ยต่อนัดแค่ 1.11 ประตูโดยทั้งซีซั่นเตะมา 29 นัดเพิ่งยิงไป 28 ประตูเท่านั้น

แถม 2 คนที่มีชื่อน่าจะทำให้สาวกทูนอาร์มี่นึกถึงเป็นลำดับท้ายๆอย่าง เชลิงตัน และ โจ วิลล็อค

ซ้ำร้ายวันนี้สถิติน่าตกใจคือ นิวคาสเซิ่ล มีโอกาสมากถึง 22 หน (เข้ากรอบแค่ 6) ซึ่งมากกว่า “ไก่เดือยทอง” ถึง 2 เท่า

มันบ่งบอกชัดเจนว่าเกมรับของเด็กๆกำลังทำให้ “น้ามู” ไม่สามารถผลักดัน สเปอร์ส ให้มีผลงานในระดับกราฟ “นิ่ง” ได้เลย

ประตูขึ้นนำของ นิวคาสเซิ่ล ก็มาจากการพลาดหน้าปากประตูตัวเองจากการเคลียร์พลาด 2 ครั้ง 2 หนติดๆของ จาเฟ็ท ทันกังก้า และ ดาวินซอน ซานเชซ

ถ้าไม่ลืมกัน คนหลังนี่ปล่อยของตั้งแต่นาทีที่ 2 โขกสกัดยังไงไม่รู้ให้ไปเข้าทาง ดไวท์ เกย์ล ได้ส่องซะงั้น ยังดีที่ตรงตัว ญอริส

ปรัชญาในแต่ละเกมของ “น้ามู” ยังให้ความสำคัญจากแนวรับก่อนแนวรุก แต่ถ้าลูกทีมยังเล่นแบบนี้ยิงเท่าไหร่ก็ไม่พอแน่ๆครับ

อีกเรื่องที่ผมสบายอกสบายใจกับการดูบอลในสุดสัปดาห์นี้คือ ผมรู้สึกว่าจังหวะยืนเท่ากัน (แล้วมองด้วยตาเปล่ามันไม่ล้ำ) ทางพรีเมียร์ไม่มาตีเส้นให้เสียเวลา

อย่างเช่นจังหวะที่ แฮร์รี่ เคน ยิงประตูขึ้นนำ 2-1 ซึ่งผมมั่นใจว่าถ้าเป็นต้นซีซั่นลากเส้น ขยายยันพิกเซลล์ ขนแขนเสื้อ ปลายสตั๊ดระดับมิลลิเมตรซึ่งพรีเมียร์ได้ “ริบ” ประตูดีๆสวยๆไปเยอะมาก

แต่ด้วยความที่บริหารงานแบบ “ขับเคลื่อนด้วยเสียงด่า” ทำให้เริ่มเข้าที่เข้าทาง คงเหลือแต่ดุลพินิจแปลกๆในสนามของผู้ตัดสินต่อไปเช่นเดิม

สำหรับ “สาลิกา” คนละอารมณ์กับ สเปอร์ส เพราะแต้มเดียวกับทีมใหญ่ถือว่าสำคัญและยิ่ง ฟูแล่ม แพ้ แอสตัน วิลล่า จึงเป็นข่าวดีของ สตีฟ บรูซ ที่ gap ห่างเป็น 3 แต้มเนื่องจากลงเตะน้อยกว่า 1 นัด

อย่างไรก็ตามถ้าเทียบฟอร์มโดยรวมแล้ว นิวคาสเซิ่ล ดูน่าเป็นห่วงกว่าเพราะอันดับร่วงมาเรื่อยๆในขณะที่ “เจ้าสัวน้อย” บีบกระชับมาได้ขนาดนี้กับอีก 7 นัดที่เหลือยังบี้กันได้อีกยาวๆ

ทิ้งท้ายหลัง “ไก่เดือยทอง” แต้มหกจนกระแส แฮร์รี่ เคน กลับมาอีกครั้งเพราะอย่างที่เรารู้กันว่าหอกทีมชาติอังกฤษฝีเท้าใหญ่เกินสโมสรแล้ว

ตอนนี้ เคน ติดอันดับ 8 “ดาวซัลโวตลอดกาล” ของ พรีเมียร์ ที่ 162 ประตู (เท่า เจอร์เมน เดโฟ) ถือเป็นความสำเร็จส่วนตัวที่ไม่ง่ายเลย

แต่หลายคนเชื่อว่าสิ่งที่ เคน ถวิลหาและอยากสัมผัสมากที่สุดคือโทรฟีย์แชมป์ที่จะมาประดับบารมีก่อนที่จะไม่ทันการณ์

ด้วยวัยที่กำลังจะ 28 ปีในเดือนกรกฏาคม นักวิเคราะห์จึงเชื่อว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมในการย้ายทีมในซัมเมอร์นี้เมื่อพิจารณาจากการที่ สเปอร์ส อาจต้องใช้เวลาสร้างทีมและบ่มเพาะอย่างน้อยๆ 2-3 ปีต้องมี

หากปล่อยเลยปีนี้ไปก็จะย่าง 29 ปีคงไม่มีใครกล้าทุ่มเงิน (ที่น่าจะเหยียบ 100 ล้าน) เพื่อแลกกับเวลาใช้งานอีกไม่กี่ปี

เหมือนอย่างที่ แกรม ซูเนสส์ แกบอกไว้ละครับว่า “this year or never”

แมนฯยูฯ 2-1 ไบรจ์ตัน

แมนฯยูไนเต็ด เปลี่ยนครึ่งแรกที่ห่วยถึงขนาดที่ว่ายิงไม่ตรงกรอบแม้แต่หนเดียวกลับมายิง 2 ประตูรวดพลิกชนะ ไบรจ์ตัน

โมเม้นท์ที่ดีที่สุดในครึ่งแรกหนีไม่พ้นการยิงชนเสาของ เมสัน กรีนวู้ด ซึ่งในทางสถิติไม่นับเป็นการยิงเข้ากรอบ

แต่แค่ 13 นาทีกลายเป็นเกมรับที่ดันขโมยซีนหลังปล่อยให้ แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตนักเตะเก่าแทรกตัวเข้ามาทำประตูที่จุดเกรงใจหลัง วิตอร์ ลินเดเลิฟ ยืนตำแหน่งไม่ดีบนล้นข้ามหัว

ประตูนี้เองที่ลุกลามส่งผลให้ “ปีศาจแดง” แทบไม่มีพื้นที่เล่นในแดนของทีมเยือนโดยเฉพาะ 35 หลาเป็นต้นไป

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าเด็กๆของ “น้าลูกอม” เป็นพวกสาย speed ชอบวิ่งแข่งและเลี้ยงไลน์เพื่อใช้พื้นที่โล่งในการสวนกลับ

ดังนั้นเมื่อพื้นที่เหลือน้อยแต่ยังเล่นบอลช้าและไม่เคลื่อนที่ทำให้การยืนตำแหน่งของฝั่ง ไบรจ์ตัน จึงคุมพื้นที่มั่นไว้ได้อย่างแน่น

จุดที่พอสามารถโจมตีและวัดดวงอย่างการเปิดบอลที่เส้นหลังไม่มีเลยและกว่าจะได้เห็นก็เล่นเอาท้ายครึ่งแรกจาก อารอน วาน-บิสซาก้า

ที่เหลือคือความพยายามใช้ความสามารถในพื้นที่แคบๆตรงหน้าปากประตูซึ่งเป็นจุดที่ประชากันแน่นหนาที่สุด

ด้วยการเล่นวิธีนี้เองทำให้ เอดิสัน คาวานี่ จึงหายไปจากเกมและเป็นผู้เล่นที่โดนบอลน้อยที่สุด 10 กว่าหน เหมือนต่อตัวให้ฝั่ง “นกนางนวล” ไปฟรีๆ

ทีเด็ดในการเข้าฮอร์ตและลูกหัวจบลงพร้อมๆกับวิธีการเข้าทำที่หมดสภาพ

อย่างไรก็ตาม ยูไนเต็ด ในครึ่งหลังพยายามเล่นไวขึ้นโดยให้ตัวไม่มีบอลวิ่งเพื่อให้เพื่อนส่งบอลเข้าเขตโทษให้มากขึ้น

ดังจะเห็นได้จากตอนที่ ป็อปบา ตักให้ บรูโน่ หลุดไปยิงแต่ โรเบิร์ต ซานเชซ ผู้รักษาประตูพุ่งตะปบบอลจากเท้านั่นแหละครับ

ในขณะที่โอกาสยังน้อยนิดกลับกลายเป็นว่า ไบรจ์ตัน ที่ไม่พลาดเลยในครึ่งแรกและพวก 3 กองหลังพยายามไม่เสียบอลหน้าเขตโทษตัวเองกลับกลายเป็น “ลั่น”

ลูกนี้เอาจริงๆฝั่ง “ปีศาจแดง” เองก็ไม่คาดคิดเพราะ แม็คไกวร์ โหม่งเพื่อให้พ้นอันตรายตรงกลางสนามและ โจเอล เฟลท์มัน คุม คาวานี่ อยู่เลยต้องแหย่สกัด

ความซวยคือบอลมันมาเข้าทาง บรูโน่ และการยืนตำแหน่งของแนวรับดันขึ้นมาถึงระยะ 40 หลาจึงกลายเป็น “มินิเคาเตอร์” ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะหลุดยิงนิ่มๆ

อย่างที่ผมบอกครับครึ่งหลัง ยูไนเต็ด เปิดบอลจากด้านข้างมากขึ้น และ บรูโน่ ลองยิงไกลหลายครั้ง

ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แนวรับ ไบรจ์ตัน เริ่มไม่ค่อยเป็นขบวน มีการตะโกนด่ากันให้เห็นแล้ว

การเล่นเสี่ยงหลายๆวิธีมันเพิ่มโอกาสไปในตัวและประตูชัย 2-1 ก็เป็นการครอสของ บรูโน่ ที่ ป็อกบา ยิงแป๊ก (แต่ผู้บรรยายไทยบอกตั้งใจส่ง ฮา) ก่อนไปเข้าหัว กรีนวู้ด

จังหวะนี้มีผู้เล่นเจ้าถิ่นในเขตโทษเยอะมากครับ ถ้าไม่นับ บรูโน่ คนเปิดมีถึง 5 คน เชื่อว่า คาวานี่ คงคิดในใจตอนกูอยู่ไม่เห็นขยันเปิดกันแบบนี้บ้าง

การลงมาของ ดาเนี่ยล เจมส์ ทำให้ กรีนวู้ด ที่มีเซ้นส์ทำประตูโยกเข้าไปเล่นในเขตโทษมากขึ้นซึ่งเราต้องตามดูกันต่อครับว่า “น้าลูกอม” จะจัดไลน์อัพยังไงต่อไปในเมื่อ มาร์กซิยาล เจ็บเข่าและน่าจะหายไปหลายเกมแน่ๆ

จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมนี้อยู่ที่เหตุการณ์ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เหนี่ยวไหล่ เวลเบ็ค ที่กำลังจะได้แหย่บอลเผาขนแต่กลับไปไม่ถึงจากจังหวะดังกล่าว

ผมคิดในใจว่าไม่น่ารอดเพราะ VAR กำลังเช็กและภาพที่ออกมา เวลเบ็ค เข้าถึงและเข้าฮอร์ตแน่ๆ

แต่ในเมื่อห้อง VAR แจ้งมาว่าไม่ฟาว์ลและไม่เสนอให้ ไมค์ ดีน ผู้ตัดสินมาเช็กจอด้วยตัวเองทำให้ลูกนี้เจ้าถิ่นรอดตัวเหลือเชื่อมาก

ชัยชนะเกมนี้ทำให้ “ปีศาจแดง” หนีอันดับ 5 อย่าง สเปอร์ส เป็น 11 แต้ม ถ้าคิดแบบไวๆ “น้าลูกอม” ต้องการอีก 9 แต้มหรือชนะ 3 นัดก็น่าจะการันตี top 4

ยิ่งในลีกจบไวการโรเตชั่นเพื่อไว้ลุย ยูโรป้า (หากเข้ารอบรองชนะเลิศ) น่าจะง่ายขึ้น

โปรแกรมที่เหลือของ ยูไนเต็ด ไล่ดูแล้วหนักเอาเรื่อง ประเดิมเบิกร่องสัปดาห์หน้าต้องเจอ สเปอร์ส ที่เคยอับอายแพ้คา โอลด์แทรฟฟอร์ด 6-1 เมื่อเดือนตุลาคม

จะว่าไปแล้วทางทฤษฏีมันก็โยงไปได้หลายวิธีแต่ปฏิบัติแต้มทิ้งเยอะขนาดนี้แถมมันต้องให้ทีมอื่นๆพร้อมใจกันชนะรัวๆกว่าจะไต่ขึ้นมาแตะ “ปีศาจแดง”

ไม่ได้ฟันธงแก้เคล็ดนะ UCL ซีซั่นหน้าได้ไปชัวร์ครับ สบายใจได้…


ขอบคุณเนื้อหาจาก Soccersuck.com http://www.soccersuck.com/boards/topic/1988079

 

Ad Space

You Might Also Like