บอลอังกฤษ

ไม่ใช่แค่ “แอ็กเกอร์-เจอร์ราร์ด” รวม 5 ศิษย์เก่าลิเวอร์พูล ที่อาจไม่รู้ว่าเป็นกุนซือ

แฟนลิเวอร์พูลอาจเพิ่งเห็น แดเนียล แอ็กเกอร์ เป็นกุนซือตามรอย สตีเวน เจอร์ราร์ด แต่ยังมีอดีตแข้ง “หงส์แดง” อีก 5 คนที่นึกไม่ถึงว่าจะจับงานนี้

  • “แดเนียล แอ็กเกอร์” กุนซือมือใหม่หัดคุม
  • “สตีเวน เจอร์ราร์ด” สั่งสมบารมีกับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส
  • 5 นักเตะศิษย์เก่าลิเวอร์พูล ที่คิดไม่ถึงว่าจะผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม

“แดเนียล แอ็กเกอร์” กุนซือมือใหม่หัดคุม


วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา แดเนียล แอ็กเกอร์ อดีตกองหลังกัปตันทีมชาติเดนมาร์ก ชุดลุยศึกยูโร 2012 และนักเตะเก่าขวัญใจแฟนบอลลิเวอร์พูล เริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 36 ปี ด้วยการรับงานกุนซือครั้งแรกกับ เอชบี โคเก สโมสรในศึกดิวิชั่น 1 (ลีกรองจากลีกสูงสุด) ของบ้านเกิด ด้วยสัญญา 3 ปี โดยมี ลาร์ส ยาค็อบเซน แบ็กขวาเพื่อนร่วมรุ่น อดีตผู้เล่นเอฟเวอร์ตัน ทีมคู่ปรับร่วมเมืองของ “หงส์แดง” เป็นผู้ช่วย

ทั้งนี้ แอ็กเกอร์ กลับมาเล่นกับ บรอนด์บี ยอดทีมแห่งแดนโคนม ซึ่งเป็นสโมสรแรกในการค้าแข้งระดับอาชีพของเขา หลังคว้าแชมป์ 2 รายการกับ ลิเวอร์พูล คือ ลีกคัพ และ คอมมิวนิตี ชิลด์ ก่อนอำลาในปี 2014 จากนั้นก็แขวนสตั๊ดในอีก 2 ปีให้หลัง เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บรบกวน ก่อนหันมารับงานกูรูลูกหนังพาร์ตไทม์ รวมถึงทำธุรกิจส่วนตัว

แต่หลังจบการอบรมโค้ชในระดับเอไลเซนส์ของ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) แอ็กเกอร์ ก็ลองชิมลางกับงานผู้จัดการทีมดูบ้าง โดยเปิดใจในงานเปิดตัวกับ เอชบี โคเก ว่า “ผมเตรียมตัวสำหรับงานนี้มานานมาก และคิดว่าตัวเองตัดสินใจเลิกเล่นเร็วเกินไป ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ผมใช้เวลาคิดทบทวนว่าจะเดินไปในเส้นทางไหนดีบนถนนสายฟุตบอล และนั่นคือเหตุผลที่ผมมาอยู่ที่นี่”

“สตีเวน เจอร์ราร์ด” สั่งสมบารมีกับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส


การพลิกบทบาทมาเป็นกุนซือของ แอ็กเกอร์ นับว่าเป็นการเดินตามรอยของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ศิษย์เก่าลิเวอร์พูลอีกราย ซึ่งเวลานี้กำลังได้ดิบได้ดีกับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ยักษ์หลับของสกอตแลนด์ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

อดีตมิดฟิลด์กัปตันทีม “หงส์แดง” ใช้เวลากุมบังเหียนเพียง 3 ปี พา เรนเจอร์ส กลับมาทวงแชมป์ลีกสูงสุดของแดนวิสกี้จาก กลาสโกว์ เซลติก คู่ปรับตลอดกาลได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ทั้งที่ยังเหลืออีก 6 เกม โดยทำผลงานไร้พ่าย 33 นัดตั้งแต่เปิดฤดูกาล ชนะไปถึง 28 ครั้ง เสมอ 5 เกม

ความยอดเยี่ยมดังกล่าวทำให้ “สตีวีจี” มีชื่อพัวพันกับกระแสข่าวว่า อาจได้กลับมาคุม ลิเวอร์พูล แทน เยอร์เกน คลอปป์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในช่วงที่ผลงานย่ำแย่ แพ้คาบ้าน 6 นัดติดต่อกัน ส่อแววหมดลุ้นป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยช่องว่างคะแนนที่ตามหลังจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่หลายช่วงตัว และยังต้องลุ้นโควตาไปเล่น ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลหน้า ชนิดเลือดตาแทบกระเด็นอีกต่างหาก

แต่นอกเหนือจาก แอ็กเกอร์ และ เจอร์ราร์ด แล้ว รวมถึง แฮร์รี คีเวลล์ ที่เพิ่งถูก โอลด์แฮม แอธเลติก ทีมในลีกทู อังกฤษ เด้งตกเก้าอี้เมื่อต้นเดือนมีนาคม หลังทำงานได้เพียง 7 เดือน ชื่อของอดีตนักเตะ “หงส์แดง” ทั้ง 5 คนต่อไปนี้ สาวก “เดอะ ค็อป” อาจนึกไม่ถึง หรือไม่ทราบมาก่อนว่าจะเคยหันมาจับงานโค้ชกับเขาเหมือนกัน

5 นักเตะศิษย์เก่าลิเวอร์พูล ที่คิดไม่ถึงว่าจะผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม

1. ติตี กามารา

ติตี กามารา ควบตำแหน่งกุนซือ-ผู้อำนวยการเทคนิคของทีมชาติกินี ได้เพียงไม่นาน (ขอบคุณภาพจาก Instagram : beauthierno)
ติตี กามารา ควบตำแหน่งกุนซือ-ผู้อำนวยการเทคนิคของทีมชาติกินี ได้เพียงไม่นาน (ขอบคุณภาพจาก Instagram : beauthierno)

แม้เวลาในถิ่นแอนฟิลด์ของเขาจะมีเพียงช่วงสั้นๆ ในระหว่างปี 1999-2000 แต่ก็เป็นที่จดจำจากเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ปี 1999 ซึ่งเขายิงประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เฉือนชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 ในวันที่คุณพ่อเสียชีวิต ก่อนทิ้งตัวลงคุกเข่าร้องไห้ต่อหน้าแฟนบอลบนอัฒจันทร์ฝั่งแอนฟิลด์ โรด ระหว่างฉลองการทำประตู

หลังจากยุติอาชีพพ่อค้าแข้งในปี 2006 ติตี กามารา ก็มีโอกาสเป็นผู้จัดการทีมเหมือนกัน โดยเข้ามาสานงานต่อจาก โรแบร์ นูซาเรต์ ในฐานะกุนซือทีมชาติกินี ประเทศบ้านเกิดของเขาเอง พร้อมควบเก้าอี้ผู้อำนวยการเทคนิคในเดือนมิถุนายน ปี 2009

แต่ กามารา ก็อยู่ในตำแหน่งได้ไม่นาน เช่นเดียวกับเวลาของเขากับ “หงส์แดง” สมัยเป็นนักเตะ โดยเขาถูกไล่ออกในเดือนกันยายนปีเดียวกัน อันเนื่องมาจากผลงานย่ำแย่ และยังมีปัญหาไม่ลงรอยกับผู้บริหารของสหพันธ์ฟุตบอลกินี ตลอดจนผู้เล่นดาวดังในทีม

2. สเตฟาน อองโชซ์ 

สเตฟาน อองโชซ์ ได้คุมทีมใหญ่ที่บ้านเกิดอย่าง เอฟซี ซิยง ช่วงสั้นๆ (ขอบคุณภาพจาก Instagram : chalciocom)
สเตฟาน อองโชซ์ ได้คุมทีมใหญ่ที่บ้านเกิดอย่าง เอฟซี ซิยง ช่วงสั้นๆ (ขอบคุณภาพจาก Instagram : chalciocom)

1 ในสมาชิกชุดคว้า 5 แชมป์ในปี 2001 (เอฟเอ คัพ, ลีกคัพ, ยูฟ่า คัพ, แชริตี้ ชิลด์, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ) มีช่วงเวลาที่น่าจดจำกับ ลิเวอร์พูล เป็นเวลา 6 ปี ก่อนโบกมือลาในปี 2005 ซึ่งหลังจากกลับมาแขวนรองเท้ากับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ทีมแรกของเขาบนเกาะอังกฤษ ในปี 2008 ก็ได้รับข้อเสนอให้อยู่ในถิ่นอีวูด พาร์ค ต่อไป กับงานคุมทีมชุดยู-18 

สเตฟาน อองโชซ์ ใช้เวลา 1 ปีในการเก็บเลเวลกับทีมเยาวชนของ “กุหลาบไฟ” ก่อนกลับบ้านเกิดไปรับความท้าทายในการคุมทีมชุดใหญ่ของ เอฟซี บูลล์ สโมสรในดิวิชั่น 4 ของสวิตเซอร์แลนด์ แม้ว่าจะได้นั่งเก้าอี้เพียง 1 ฤดูกาล (2009-2010) ก็ตาม

5 ปีผ่านไป ชื่อของ อองโชซ์ ที่เงียบหายไปพักใหญ่ก็กลับมาปรากฏในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ เนอชาแตล ซามักซ์ สโมสรในลีกรองแห่งแดนนาฬิกา หลังจากเป็นมือขวาอยู่ 4 ปี เขาก็ก้าวขึ้นมานั่งแท่นกุนซือใหญ่เต็มตัวแทน มิเชล เดอคาสเทล ที่ถูกเขี่ยตกเก้าอี้

จากนั้นเดือนพฤษภาคม ปี 2019 งานใหญ่ก็ตกมาถึงมือ อองโชซ์ ด้วยการได้ย้ายไปคุม เอฟซี ซิยง หนึ่งในทีมดังระดับหัวแถวของลีกสูงสุดสวิตเซอร์แลนด์ แต่ด้วยความคาดหวังที่สูงเกินรับไหว ทำให้เขาได้ทำงานชิ้นนี้เพียง 4 เดือน ก่อนกลับมาตายรังกับ เนอชาแตล ซามักซ์ เป็นคำรบสอง

3. อาเบล ซาเวียร์

อาเบล ซาเวียร์ ในคราบของกุนซือทีมชาติโมซัมบิก (ขอบคุณภาพจาก Facebook : Abel Xavier)
อาเบล ซาเวียร์ ในคราบของกุนซือทีมชาติโมซัมบิก (ขอบคุณภาพจาก Facebook : Abel Xavier)

กองหลังสารพัดประโยชน์ทีมชาติโปรตุเกส ชุดยูโร 2000 และฟุตบอลโลก 2002 อาจไม่มีผลงานอะไรให้จดจำมากเกินไปกว่ารูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดทุกสายตาด้วยสีผมและหนวดเคราที่ตัดกับสีผิวโดยสิ้นเชิง โดยได้รับใช้ “หงส์แดง” เพียง 21 นัด จบรองแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อจาก อาร์เซนอล ในฤดูกาล 2001-2002

อาเบล ซาเวียร์ ปิดฉากชีวิตนักฟุตบอลกับ แอลเอ กาแล็กซี ในปี 2008 แต่กว่าจะกลับคืนสู่วงการลูกหนังในฐานะโค้ช ก็ต้องรอนานถึง 5 ปี แต่เขาก็ลงหลักปักฐานกับทีมไหนได้ไม่นาน โดยในช่วงปี 2013-2015 ยังไม่ประสบความสำเร็จกับสโมสรในลีกล่าง ทั้ง โอลฮาเนนเซ, ฟาเรนเซ และ เดสปอร์ติโว อาเวส

ต่อมาในปี 2016 ซาเวียร์ ก็กลับไปคุมทีมชาติบ้านเกิดที่แท้จริงอย่าง โมซัมบิก ซึ่งก็อยู่ได้นานกว่าถึง 3 ปี

4. ฟิล บาบบ์

ฟิล บาบบ์ สมัยคุม เฮย์ส แอนด์ เยดิง ยูไนเต็ด ทีมในลีกสมัครเล่น (ขอบคุณภาพจาก Instagram : richie_hndrxx)
ฟิล บาบบ์ สมัยคุม เฮย์ส แอนด์ เยดิง ยูไนเต็ด ทีมในลีกสมัครเล่น (ขอบคุณภาพจาก Instagram : richie_hndrxx)

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในสหราชอาณาจักร เมื่อย้ายจาก โคเวนทรี ซิตี้ มาซบตัก ลิเวอร์พูล ด้วยสนนราคา 3.6 ล้านปอนด์ (155 ล้านบาท) ในปี 1994 ก่อนช่วยทีมคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ซีซั่นแรกกับถ้วยลีกคัพ ซึ่งเป็นเพียงถ้วยใบเดียวที่เขาเคยสัมผัสในถิ่นแอนฟิลด์ ก่อนแยกทางในปี 2000 และปิดฉากการค้าแข้งอีก 4 ปีถัดมา

ฟิล บาบบ์ ต้องรอเวลาถึง 9 ปี กว่าจะกระโดดลงมาเป็นนายใหญ่บนซุ้มม้านั่งข้างสนามให้กับ เฮย์ส แอนด์ เยดิง ยูไนเต็ด ทีมในศึกคอนเฟอเรนซ์ เซาท์ (ปัจจุบันใช้ชื่อว่า เนชันแนล ลีก เซาท์) หรือดิวิชั่น 6 ของอังกฤษ ระหว่างปี 2013-2015 และก็เป็นเพียงสโมสรเดียวในอาชีพโค้ชของเขา

5. อันเดรีย ดอสเซนา

อันเดรีย ดอสเซนา รั้งบังเหียน เครมา ทีมในเซเรีย ดี อิตาลี ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงตอนนี้ (ขอบคุณภาพจาก Instagram : crema1908)
อันเดรีย ดอสเซนา รั้งบังเหียน เครมา ทีมในเซเรีย ดี อิตาลี ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงตอนนี้ (ขอบคุณภาพจาก Instagram : crema1908)

ตลอดปี 2008-2010 ภายใต้ชายคาแอนฟิลด์ อันเดรีย ดอสเซนา มีช่วงเวลาที่น่าประทับใจมากที่สุดด้วยการทำประตูแรกในสีเสื้อลิเวอร์พูล จากเกมถล่ม เรอัล มาดริด 4-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดที่ 2 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ปี 2009 ก่อนที่ 4 วันต่อมาจะยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีก จากเกมแดงเดือดที่บุกไปถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หมดสภาพคาถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1 

แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติอิตาลี 10 นัด ปิดฉากการเป็นนักเตะอาชีพในปี 2017 กับ ปิอาเชนซา ทีมระดับเซเรีย ซี ที่บ้านเกิด ถัดมา 2 ปี ดอสเซนา ก็กลับมาอยู่ในวงการลูกหนังอีกครั้ง ในบทบาทหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ เครมา สโมสรในศึกเซเรีย ดี กลุ่มบี

ปัจจุบัน ดอสเซนา ยังไปได้สวยกับ เครมา ด้วยการพาทีมรั้งอันดับ 3 บนตารางคะแนน ซึ่งเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับ เดอะ การ์เดียน สื่อดังของอังกฤษเอาไว้ว่า หนึ่งในความฝันอันสูงสุดที่เขาปรารถนา คือ การได้กลับมายัง ลิเวอร์พูล ในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานในสายอาชีพนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ฝันนี้จะเป็นจริงหรือไม่ คงต้องให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เอง.

เรื่อง : ชัช บางแค

กราฟิก : Sathit Chuephanngam


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thairath.co.th/sport https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premierleague/2062792

 

Ad Space

You Might Also Like