บอลอื่นๆ

แพ้นี้มีที่มา ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน ลิเวอร์พูล เสียท่า เรอัล มาดริด

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พลาดท่าบุกมาแพ้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีม นัดแรก และนี่ค่อ 4 ประเด็นที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.หงส์สู้ราชันไม่ได้ ชัดเจน

ครึ่งแรก เรอัล มาดริด แสดงให้เห็นถึงความเขี้ยวและประสบการณ์สุดเก๋า ครองเกมบุกเข้าใส่ลิเวอร์พูลตั้งแต่ต้นเกม มีโอกาสยิงจากทั้ง คาริม เบนเซมา จังหวะโหม่งของ วินิซิอุส จูเนียร์ ก่อนที่จะมาได้ประตูนำ 1-0 ในนาทีที่ 27 จากจังหวะที่ โทนี โครส เปิดบอลยาวขึ้นไปให้ วินิซิอุส จูเนียร์ โฉบพาบอลเข้าเขตโทษก่อนซัดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย จากนั้นนาทีที่ 36 ราชันชุดขาว หนีเป็น 2-0 คราวนี้เป็น โครส เจ้าเก่า วางบอลยาวขึ้นหน้าตามสูตร แถมยังมีโชคช่วยเมื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แบ็กขวาลิเวอร์พูลโหม่งคืนหลังพลาดมาเข้าทาง มาร์โก อเซนซิโอ หลุดไปกระดกบอลข้าม อลิสสัน เบคเกอร์ แล้วโหม่งเข้าไปตุงตาข่าย ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ และเมื่อกลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง แม้ ลิเวอร์พูล จะเล่นกันได้ดีขึ้นและมาได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาทีที่ 51 แต่สุดท้าย วินิซิอุส จูเนียร์ ก็มายิงให้ เรอัล มาดริด หนีเป็น 3-1 ในนาทีที่ 65 ก่อนจะรักษาสกอร์นี้เอาไว้ได้สำเร็จ กุมความได้เปรียบก่อนไปเล่นนัดสองที่ แอนฟิลด์ ในวันที่ 14 เม.ย. นี้

2.โครส-โมดริช ของจริง

ต้องยอมรับว่าเกมนี้ กองกลางของ เรอัล มาดริด เหนือกว่า ลิเวอร์พูล อย่างชัดเจน ความเก๋าของ โทนี โครส กับ ลูกา โมดริช ข่มทีมเยือนแทบมิด สังเกตได้จากเมื่อ เรอัล มาดริด พยายามเจาะเกมรับหงส์แดงอยู่พักใหญ่แล้วไม่ได้ผล ก็ได้สายตาอันเฉียบคมของ โทนี โครส จัดการเปิดบอลยาว เนื่องจากมองว่าแนวรับหงส์แดงยืนไลน์ค่อนข้างสูง แล้วมันก็เป็นผลเมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ชิงจังหวะถึงบอลก่อนคู่แข่งแล้วหลุดไปยิงแบบสุดสวย และประตูที่สอง การวางบอลยาวของ โครส มันก็ดีพอที่จะกดันให้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์ ทำผิดพลาดจนทำให้ มาร์โก อเซนซิโอ ได้ปิดบัญชี ส่วน ลูกา โมดริช ก็ขับเคลื่อนในแดนกลางได้อย่างมีพลัง ก่อนจะมีส่วนร่วมกับประตูที่สาม เพราะเป็นคนพาบอลเข้าเขตโทษ ก่อนจะจ่ายให้ วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงเข้าไป ส่วนอีกคนที่ปิดทองหลังพระก็คือ คาเซมิโร ที่คอยตัดบอลและช่วยให้ โครส กับ โมดริช เล่นง่ายขึ้นเยอะ

3.นาบี เกอิตา เข็นไม่น่าไหวแล้ว

ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์พอสมควร เมื่อ เยอร์เกน คลอปป์ ตัดสินใจส่ง นาบี เกอิตา ที่แทบจะหายหน้าหายตา ลงตัวจริงแทนที่ ติอาโก อัลคันทารา และเจ้าตัวก็กลายเป็นอีกจุดอ่อนในแดนกลางของหงส์แดง เพราะทำเสียบอลบ่อย ขับเคลื่อนเกมไปข้างหน้าแทบไม่ได้ แถมยังละเลยเกมรับ ไม่ค่อยช่วย อาร์โนลด์ รับมือกับเกมรุกของราชันชุดขาว ก่อนที่ คลอปป์ จะมองเห็นถึงความผิดพลาดของตัวเองและตัดสินใจเปลี่ยนเอา ติอาโดก ลงไปแทน เกอิตา ตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรกนั่นเอง

4.ต้องปลุกพลังใจหากหวังเข้ารอบ

ถือเป็นงานหนักของ เยอร์เกน คลอปป์ ที่จะทำยังไงก็ได้ให้ลูกทีมอย่าเพิ่งหมดหวังจากผลการแข่งขันในนัดนี้ เนื่องจากการที่หงส์แดงบุกมาทำได้ 1 ประตู ก็ส่งผลดีพอสมควร ถ้ากลับมาเล่นในบ้านแล้วได้ประตูขึ้นนำเร็วก็ยังพอที่จะมีหวังที่จะสร้างปาฏิหารย์ได้ แม้จะเป็นเรื่องยากก็ตามเนื่องจาก เรอัล มาดริด คงมาเล่นแบบประคองเกม ไม่ปล่อยให้ ลิเวอร์พูล ได้มีโอกาสจบสกอร์ง่ายๆ แน่ น่าติดตามเหลือเกินว่าเกมที่ 2 ผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบไหน


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thairath.co.th/sport https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/uefa/2064931

 

Ad Space

You Might Also Like