บอลอังกฤษ

ทำความรู้จัก ‘เดอ วิสเซอร์’ ปรมาจารย์แมวมอง อาวุธลับ ‘กู๋โรมัน’

พีต เดอ วิสเซอร์ ซูเปอร์แมวมองชาวดัตช์ ผู้ค้นพบซูเปอร์สตาร์โลกลูกหนัง เนย์มาร์, โรนัลโด้, เควิน เดอ บรอยน์ และดาวิด ลุยซ์

เดอ วิสเซอร์ ในวัย 86 ปี อุทิศชีวิตให้กับฟุตบอล ปัจจุบันคือที่ปรึกษาส่วนตัวเรื่องซื้อขายผู้เล่นให้กับ โรมัน อบราโมวิช ประธานสโมสรคนดังของทีม “สิงห์บูลส์” เชลซี

ขณะประสบความสำเร็จในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีมในฮอลแลนด์ ชีวิตของเขาพลิกผันต้องรีไทร์จากงานที่รักเร็วกว่าวัยอันควรเนื่องจากปัญหาทางสุขภาพ (โรคหัวใจ)

แต่ด้วยหัวใจที่มีแต่ฟุตบอล เดอ วิสเซอร์ เลือกจะผันตัวเองมาติดตามเฝ้าแสวงหาพรสวรรค์จากเด็กหนุ่มตัวโลกแทน

อับราโมวิช ประทับใจในความสามารถมองขาดถึงศักยภาพของผู้เล่นชนิดหาตัวจับได้ยาก จึงได้ดึงตัวเข้ามาเป็นแมวมองส่วนตัวให้กับตัวเอง

การใช้โค้ดเฉพาะที่มีแต่ตัวเขาและเลขาส่วนตัวที่เข้าใจ ทำให้เดอ วิสเซอร์ สามารถวิเคราะห์ 5 คุณลักษณะสำคัญของผู้เล่นได้อย่างแม่นยำ ซึ่งประกอบไปด้วย ทักษะ, วิสัยทัศน์, สภาพร่างกาย, จิตใจ และลักษณะนิสัย

ความจริงก็คือ ยอดผู้เล่นอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน, อเล็กซ์ และธีโบตค์ คูร์กตัวส์ อาจไม่ได้มาเฉิดฉายอยู่ในทีมเชลซี ถ้าหากไม่ได้รับการวิเคราะห์ผ่านมือเดอ วิสเซอร์ มาก่อน

เดอ วิสเซอร์ เริ่มงานแมวมองของตัวเองกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เขามีอิทธิพลอย่างสูงในการดึงอเล็กซ์ เข้าร่วมทีม เรื่อยไปจนถึงรายของ เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน และอูเรลโญ่ โกเมส

แมวมองชาวดัตช์ ได้รับการยกย่องในวงกว้าง เรื่องราวของถูกถ่ายทอดลงสารคดีในรายการ The History of Football ถูกเผยแพร่ผ่านช่อง History channel เมื่อปี 2018


เดอ วิสเซอร์ กล่าวเอาไว้ว่า “ทั้งชีวิตผมมีแต่ฟุตบอล”

“นักฟุตบอลที่ดีจะค้นพบตัวเอง ผมก็ส่องสอดมองหาพวกเขา”

“แมวมองเป็นอาชีพที่ไม่ง่ายเลย มันอยู่ในตัวผมมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก”

“แต่ผู้เล่นคืออาชีพของพวกเขา ไม่ใช่แมวมอง”

“ผมมีปัญหาเรื่องหัวใจ จนต้องรีไทร์จากงานผู้จัดการทีมในปี 1992”

“พ่อของผมก็เป็น เขาเสียชีวิตตั้งแต่ผมยังเด็กด้วยอาการหัวใจวาย คุณหมอบอกว่า เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ผมจะล้มลงและตายเหมือนกัน ผมจึงตัดสินใจเลิกและออกเดินทางท่องเที่ยว”

“ผมไปเห็นโรนัลโด้ที่ St Brieux มันเป็นทัวร์นาเมนต์เล็กๆ การเคลื่อนที่ของเขา มันให้ชีวิตใหม่กับผม”

“ผมพูดตอนนั้นเลยว่า เฮ้ย! ผมอยากเป็นมองมองเพื่อตามหานักเตะอย่างโรนัลโด้”

“เขา (โรนัลโด้) คือปรากฏการณ์ เขาครองบอลเคลื่อนที่ไปพร้อมกับมัน เลี้ยงบอลได้อย่างคล่องแคล่ว เขาผ่านบอลขณะวิ่งเต็มสปีด มีทักษะสมบูรณ์แบบ”

นอกจากนี้ เดอ วิสเซอร์ ก็เป็นคนที่ค้นพบ รุด ฟาน นิสเตลรอย ตั้งแต่ตอนอายุ 17 ปี ขณะเล่นให้กับเดน บอสช์ ในระดับดิวิชั่น 2 ลีกดัตช์ด้วย


แต่ด้วยความที่ในทีมพีเอสวีมี โรนัลโด้ ที่ระเบิดฟอร์มอยู่แล้ว ทำให้คำแนะนำของ เดอ วิสเซอร์ ถูกตีตกไป จนกระทั่งซูเปอร์สตาร์บราซิเลี่ยนถูกดึงตัวไปร่วมทีมบาร์เซโลน่า โอกาสจึงกลับมาถึง ฟาน นิสเตลรอย อีกครั้ง

“ผมสอดแนมดูฟอร์มเขา พาเขาไปที่พีเอสวี แต่ในตอนแรกสโมสรไม่ต้องการตัวเขา” เดอ วิสเซอร์ กล่าว

“เขา (ฟาน นิสเตลรอย) ไม่เป็นที่รู้จัก แต่ผมคิดว่าเขาจะต้องเป็นนักเตะที่เก่งมากแน่ๆ”

“สุดท้ายเราได้ตัวเขามาเล่นให้พีเอสวี และพวกเขาก็ขายด้วยเงินมหาศาลต่อไปให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”

“เขาเล่นได้ยอดเยี่ยมเคียงข้างเดวิด เบ็คแฮม, คริสติอาโน่ โรนัลโด้ และรอย คีน”

“เขายิงประตูได้ตลอด เป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุด”

เดอ วิสเซอร์ ยังพูดถึงความสุขที่ได้ตามส่องฟอร์ม เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์คนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปัจจุบันด้วย

“นักเตะยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยสเค๊าท์มามี โรนัลโด้, เนย์มาร์, ดาวิด ลุยซ์ และเควิน เดอ บรอยน์”

“หนึ่งในการสเค๊าท์ที่ดีที่สุดของผมคือ เดอ บรอยน์ ตั้งแต่สมัยเล่นทีมเยาวชนจนถึงขึ้นชุดใหญ่ ตั้งแต่สัมผัสบอลครั้งแรก ผมหลงรักในฝีเท้าของเขา”

“เขาต้องการเป็นผู้ชนะเสมอ, การผ่านของของเขา, วิสัยทัศน์, ถนัดเล่นทั้งเท้าซ้าย-ขวา”

“เขาเกือบได้คะแนนเต็ม 10, ผมไม่เคยให้ใครเต็ม 10”

นอกจากนี้ เดอ วิสเซอร์ ไปค้นพบ ลุยซ์ ตั้งแต่ตอนอายุ 20 ปี ตอนที่ยังเล่นในระดับดิวิชั่น 3 ของลีกบราซิเลี่ยน กับทีมวิตอเรีย


กองหลังวัย 33 ปีที่ปัจจุบันยังค้าแข้งอยู่กับอาร์เซนอล พูดชื่นชมถึง เดอ วิสเซอร์ เอาไว้ว่า

“พีตช่วยให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับฟุตบอล”

“ไม่มีใครอีกแล้วที่รู้ว่า ผมสามารถผ่านบอลได้อย่างยอดเยี่ยมไปกว่าพีต”

“พีตคือตัวอย่างที่ดีที่สุดในชีวิตของผมสำหรับความกระตือรือร้นในการเล่นฟุตบอล”

เช่นเดียวกับ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่ก็ยกย่อง เดอ วิสเซอร์ ถึงพรสวรรค์ในการมองศักยภาพผู้เล่นเอาไว้ว่า

“ผมไม่สามารถสเค๊าท์ผู้เล่นได้ในแบบที่เขาทำ” มูรินโญ่ กล่าว

“เขากระหายที่จะต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับผู้เล่นทั่วทุกมุมโลก มันมีค่าอย่างยิ่ง”

ความรักที่มีต่อเกมฟุตบอลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขา กลายเป็นปรามาจารย์แมวมอง ผู้ค้นพาผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสป้อนลูกตลาดอยู่หนังได้อย่างต่อเนื่องมาตลอด 3 ทศวรรษ

“ผมมองเห็นเกม เห็นถึงความมุ่งมั่นในทุกการกระทำของผู้เล่น” เดอ วิสเซอร์ กล่าว

“ผมมองเห็นจิตใจ นั่นคือเหตุผลที่ว่า ทำไมผมไม่ไปดูเกมแค่เฉพาะในสนามแข่ง แต่บุกไปถึงสนามซ้อมด้วย”

“ผมต้องการกลิ่นหญ้า ผมเห็นทุกมุมของผู้เล่นทั้งข้อดี-ข้อเสีย”

“ผมรักในฟุตบอลและผมจะบอกให้โลกได้รู้ว่า ผมรักฟุตบอล”


ขอบคุณเนื้อหาจาก Soccersuck.com http://www.soccersuck.com/boards/topic/1991478

 

Ad Space

You Might Also Like