คอลัมน์บอล

อินเตอร์ มิลาน หวนคืนบัลลังก์แชมป์ในวันที่ปลดแอกจาก ยูเวนตุส – FEATURE

ในที่สุด "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน สามารถหวนกลับคืนสู่บัลลังก์แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ได้อีกครั้ง หลังห่างหายจากความสำเร็จไปนานถึง 11 ปีเลยทีเดียว และต้องตกอยู่ใต้ร่มเงาของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลอิตาลีมาโดยตลอดอีกด้วย แต่ตอนนี้ได้จัดการปลดแอกเพื่อกลับไปสัมผัสความยิ่งใหญ่เหมือนอย่างเมื่อครั้งวันวานได้แล้ว เพราะสามารถยึดบัลลังก์ "เบอร์หนึ่ง" แห่งเมืองมะกะโรนีได้ตั้งแต่ในช่วงที่ฤดูกาล 2020/2021 ฟาดแข้งกันยังไม่จบเลยเสียด้วยซ้ำ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อฤดูกาล 2009/2010 อินเตอร์ มิลาน ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ โจเซ่ มูรินโญ่ เคยสถาปนาตัวเองเป็น "เจ้ายุโรป" ทะยานเข้าป้าย "ทริปเปิ้ลแชมป์" กวาดถ้วยรางวัลแห่งความสำเร็จได้ถึง 3 รายการ ได้แก่ แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, แชมป์โคปปา อิตาเลีย รวมถึงแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งนั่นเป็นครั้งสุดท้ายของ "งูใหญ่" ที่ได้สัมผัสความเป็นเบอร์หนึ่งของวงการลูกหนังอิตาลี เพราะหลังจากนั้นต้องพบกับความตกต่ำ ทั้งๆ ที่เคยผูกขาดบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีได้ถึง 5 สมัยติดต่อกัน ระหว่างปี 2006-2010 และมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารสโมสรแบบต่อเนื่องเลยด้วย

จึงเปิดทางให้ ยูเวนตุส ได้กลับมาครองความเป็นหมายเลขหนึ่งของวงการฟุตบอลอิตาลีอีกครั้ง และสามารถผูกขาดตำแหน่งแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ได้ถึง 9 สมัยซ้อน นับตั้งแต่ปี 2012-2020 ซึ่งสวนทางกับ อินเตอร์ มิลาน ที่ต้องล้มลุกคลุกคลานแบบต่อเนื่อง เพราะมีการเปลี่ยนตัวกุนซือในช่วงระหว่างปี 2010-2019 หรือหลังจากยุคของ มูรินโญ่ มากถึง 12 รายเลยทีเดียว ก่อนจะมาลงเอยกับ อันโตนิโอ คอนเต้ เมื่อ 2 ปีก่อน โดยอดีตกุนซือทีมชาติอิตาลีเคยผ่านงานคุมทัพ "ม้าลาย" คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีระหว่างปี 2012-2014 ได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน

ด้วยประสบการณ์ที่เคยคุมทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ระหว่างปี 2016-2018 มาก่อน และสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาล 2016/2017 ได้ด้วย ทำให้ คอนเต้ ลงมือสร้างทีม "งูใหญ่" ด้วยการดึงบรรดานักเตะที่เคยผ่านการค้าแข้งในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาเสริมทัพหลายคนเลย ไม่ว่าจะเป็น แอชลีย์ ยัง, มัตเตโอ ดาร์เมียน, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, คริสเตียน อีริคเซ่น, อเล็กซิส ซานเชซ รวมถึง โรเมลู ลูกากู เพราะเคยผ่านเกมการเล่นที่หนักหน่วง และรวดเร็วตามสไตล์ฟุตบอลอังกฤษกันมาแล้วทั้งนั้น จึงน่าจะงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ในลีกลูกหนังอิตาลีที่มีรูปแบบการเล่นที่ช้ากว่าได้อย่างแน่นอน

แม้ว่า คอนเต้ จะไม่สามารถเนรมิต "งูใหญ่" ให้กลับไปยึดแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา คืนมาจาก "ม้าลาย" ในช่วงซีซั่นแรกของการคุมทัพได้แบบทันที แต่อย่างน้อย อินเตอร์ มิลาน ในยุคของอดีตกุนซืออิตาลีเริ่มดูมีอนาคตที่สดใส เพราะสามารถจบฤดูกาล 2019/2020 ด้วยตำแหน่งรองแชมป์ในฐานะอันดับ 2 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดในรอบหลายปีเลยด้วย และเกือบได้แชมป์ระดับทวีปมาประดับบารมีอีกต่างหาก แต่สุดท้ายกลับพลาดท่าแพ้ เซบีญ่า ทีมแกร่งจากสเปนในนัดชิงยูฟ่า ยูโรปาลีก จึงได้เพียงรองแชมป์เท่านั้น

เมื่อเข้าสู่ฤดูกาล 2020/2021 คอนเต้ สามารถตามหาทีมชุดที่ลงตัวที่สุดได้แล้ว ทำให้ "งูใหญ่" โชว์ฟอร์มได้ดีแบบต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับ ยูเวนตุส ที่มีการเปลี่ยนตัวกุนซือ โดยหันไปใช้บริการของ อันเดรีย ปิร์โล่ ตำนานกองกลางทีมชาติอิตาลีที่ไม่เคยผ่านงานคุมทีมลูกหนังมาก่อนเลย จึงเป็นการลดศักยภาพของตัวเองจนหลุดโผจากการล้นป้องกันบัลลังก์แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ไปเลย และเปิดทางให้ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ได้กลับมาเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนนอีกครั้ง หลังพบกับช่วงตกต่ำมานานหลายปีเหมือนกัน

เพราะมีคู่หัวหอกระดับพระกาฬ นั่นก็คือ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กับ โรเมลู ลูกากู ซึ่งเล่นกันได้แบบเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นของหัวหอกร่างยักษ์ทีมชาติเบลเยี่ยมที่ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ และเป็นตัวจ่ายแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมสอยตาข่ายได้เป็นว่าเล่นอีกด้วย ทำให้ อินเตอร์ มิลาน สามารถปลดแอกจาก ยูเวนตุส ด้วยการทะยานเข้าป้ายแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีได้ก่อนเวลาอันควร แม้ว่าเกมฟาดแข้งฤดูกาล 2020/2021 จะยังเหลืออีกถึง 4 นัดเลยก็ตาม

ทำให้ อินเตอร์ มิลาน กลับมาครองความเป็น "เบอร์หนึ่ง" ของวงการลูกหนังอิตาลีแบบที่เหนือกว่า ยูเวนตุส ได้อีกครั้ง หลังจากที่รอคอยมานานกว่าหนึ่งทศวรรษเลยทีเดียว และเตรียมกลับไปโชว์ฝีเท้าในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในช่วงฤดูกาลหน้า เพื่อลุ้นหวนกลับคืนบัลลังก์ "เจ้ายุโรป" ในฐานะแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ทีมล่าสุดนั่นเอง


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/feature-inter-milan-as-calcio-serie-a-champions

 

Ad Space

You Might Also Like