บอลอังกฤษ

เสีย “กัปตัน” 3 แต้มที่เฮไม่สุด

การที่ แมนฯซิตี้ ยังไม่การันตีแชมป์กลายเป็นแรงจูงใจให้ แมนฯยูไนเต็ด ยังสู้ต่อแต่การเสีย แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังเบอร์ 1 ได้แอบส่งสัญญาณเตือนในช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว

ใช่ครับ “ปีศาจแดง” ใช้นักเตะหน้าเดิมๆเตะถี่แบบมาราธอนมาเยอะมาก มีบางนัดที่เปลี่ยนแค่ 1-2 ตัวแต่หลักๆแล้วแทบกาชื่อไว้ล่วงหน้าได้เลย

ความโชคร้ายของเจ้าชาย “แฮร์รี่” ที่อุตสาห์ตะบี้ตะบันทำสถิติลงเล่นต่อเนื่องมาถึง 71 เกมดันมาเจ็บเอาในช่วงโปรแกรม 3 นัดใน 5 วันหรือวันเว้นวัน!!

อย่าว่าแต่พักเพื่อเช็กอาการเลยครับ ผลสแกนอาจจะออกช้ากว่าเจอ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมเก่าที่จะเตะกันในวันอังคารนี้แล้วด้วยซ้ำ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือให้สัมภาษณ์พูดถึงศิษย์รักใช้คำว่า “Hopefully” คือได้แต่หวังว่าอาการจะไม่เจ็บมากหลังเบื้องต้นเป็นข้อเท้าบิดจากจังหวะที่ อันวาร์ เอล กาซี่ แลนดิ้งมาทับพอดี

ต้องไม่ลืมกันว่าตั๋ว UCL ยังไง “ปีศาจแดง” ไม่พลาดแน่ต่อให้แพ้หมดในโปรแกรมที่เหลือเนื่องจากผมไม่เชื่อว่าทีมที่ตามมาจะมาบ้าดีเดือดควงแขนกันชนะรวดพร้อมๆกัน 2-3 ทีม

ฉะนั้นอย่าให้ความหวังเพียงน้อยนิดกับการไล่ “เรือใบ” ตัดกำลังตัวเองก่อนชิง ยูโรป้า ลีกกับ บีญาร์เรอัล ในวันพุธที่ 26 หรืออีกแค่ 2 วีคกับ 3 วันที่เหลือ

แม็คไกวร์ ที่เคยมีคนแซวว่า “แม็คกรวย” แต่เป็นกองหลังที่เก็บงานไว้ใจได้ที่สุด ณ เวลานี้แล้วโดยยืน 1 ทุกสถิติในสโมสรไม่ว่าจะเป็นลูกกลางอากาศ, การบล็อก, การเคลียร์, ตัดบอล หรือจ่ายบอลสำเร็จ

การปล่อยให้ ลินเดอเลิฟ ลงเล่นคู่คนอื่นดูสิ้นหวังเกินไปครับ ความนิ่งผิดกัน

เกมกับ วิลล่า โอกาสของ ยูไนเต็ด ก่อนโดนนำมีเยอะกว่าชัดเจนแต่การพลาดกันเอง (อีกแล้ว) ทำให้ลูกทีม ดีน สมิธ ที่เป็นรองพลิกขึ้นนำหน้าตาเฉย

เป็นการพลาดถึง 3 หน ไล่ตั้งแต่ริมเส้นก่อน เฟร็ด แปะคืนให้ แม็คโทมิเนย์ เบาจนโดนตัดและมาเป็น วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้

ลูกยิงผีจับยัดของ เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ ที่มุมมีอยู่ค่นั้น เช็ดคานเป็นใครก็เซฟยากแต่เรื่องของเรื่องมันไม่ควรมาถึงจังหวะนี้ด้วยซ้ำ

จะว่าไปแล้ว ยูไนเต็ด เล่นกันดีๆยังไงก็เหนือกว่า คือ “สิงห์ผยอง” ผลงาน 3 เดือนหลังอาการหนักมาก ตั้งแต่เสีย แจ็ค กรีลิช ในเกมเสมอ ไบรจ์ตัน 0-0 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พวกเขาชนะแค่ 3 จาก 11 เกม

การไม่มีแข้งถุงเท้าต่ำวัย 25 ปี นอกจากขาดการสร้างสรรค์ในจังหวะบอลธรรมดาให้เกิดโอกาสแล้ว ผมคิดว่าขาดผู้นำทัพที่จะ point the direction หรือรักษาความได้เปรียบในทุกสถานการณ์

เล่นบอล “ไม่ฉลาด” ของ ดั๊กลาส หลุยส์ ที่เลือก “แหย่” จากด้านหลังทั้งๆที่ พอล ป็อกบา หันหลังให้ประตูถึง 2 หนจนสุดท้ายเสียจุดโทษ

เพื่อนร่วมทีมเจอนักเตะแบบนี้ท้อสิครับ ทำกันมาแทบตายดันมาเสี่ยงกับข้อต้องห้ามในกรอบเขตโทษแบบนี้

ทันทีที่ผู้ตัดสินเป่าชี้เป็นจุดโทษ ผมเห็นแข้ง วิลล่า หลายคนเอือมและชันเข่าแบบเซ็งโลก คู่ต่อสู้ไม่ได้เปรียบและกำลังทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องคืนหลังแต่ดันไปแจกจุดโทษโดยที่ตัวเองสกอร์ก็นำอยู่แท้ๆ

การโดนตีเสมอไวหลายคนถึงกับ “จิตหลุด” เพราะอย่างที่บอก วิลล่า มีนักเตะหนุ่มที่เต็มไปด้วยความห้าวอยู่เยอะแต่ลูกประสบการณ์แทบไม่บาลานซ์กันเลย

ไทโรน มิงส์ หลงเหลี่ยม เมสัน กรีนวู้ด ง่ายจัดๆ การที่เจ้าหนู “ไม้เขียว” เล่นได้ 2 เท้านี้ได้เปรียบแค่ไหนดูได้จากจังหวะนี้แหละครับ พาบอลออกได้ทั้งซ้ายทั้งขวา หลอกรุ่นพี่ 2 หนโดย เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ที่ว่าเหนียวๆเจอหลอกว่าจะปั่นไซด์เสาไกลสุดท้ายไปหายที่เสาแรกอย่างเนียน

ในขณะที่ เอดิสัน คาวานี่ ช่วงหลังฟอร์มดุมาก ลูกโขกปิดท้าย 3-1 ทำให้แกทำประตูในฐานะตัวสำรองเทียบเท่า “boss” ที่เคยทำไว้ใน 1 ซีซั่นเรียบร้อยแล้ว (5 ลูก)

ในวัย 34 ปีย้ายมาแบบไร้ค่าตัวแต่สถิติ 15 ประตู 4 แอสซิสต์ทุกรายการซิซั่นนี้ไม่มีอะไรคุ้มกว่านี้อีกแล้ว

ทันทีที่จบเกมที่ วิลล่า พาร์ค เกิดสถิติใหม่ของ พรีเมียร์ลีก ทันที โดย“ปีศาจแดง” เอาชนะหลังโดนยิงก่อนเป็นนัดที่ 10 ในฤดูกาลนี้

เป็น “แคแรคเตอร์” ที่เหลือเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในยุคของ “น้าลูกอม” ที่ต้นซีซั่นแฟนบอลด่าเช้าด่าเย็น

ด้วยผลงานที่แพ้ในซีซั่นนี้แค่ 4 และนอกบ้านยังไร้พ่าย ผมเชื่อว่ามันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากควรปิดสวยๆด้วยแชมป์ “ยูโรป้า” มันถึงจะไปสุดทาง…


ขอบคุณเนื้อหาจาก Soccersuck.com http://www.soccersuck.com/boards/topic/2000879

 

Ad Space

You Might Also Like