คอลัมน์บอล

ลิเวอร์พูล 2019/20 vs แมนฯ ซิตี้ 2020/21 ใครใช้เงินเสริมทัพมากกว่ากันก่อนกรุยทางสู่แชมป์ พรีเมียร์ลีก – FEATURE

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งเถลิงบัลลังก์คว้าแชมป์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2020/21 อย่างเป็นทางการหลังจากที่ แมนฯ​ ยูไนเต็ด ทำแต้มหล่นในแมตช์ปราชัย เลสเตอร์ ซิตี้ คาบ้าน 1-2นับเป็นการคัมแบ็คซิวโทรฟีลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอีกครั้งของทัพ เรือใบสีฟ้า หลังจากเสียแชมป์ให้ ลิเวอร์พูล ไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา90min พาผู้อ่านย้อนรอยเปรียบเทียบ หงส์แดง ชุดแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2019/20 กับ แมนฯ ซิตี้ 2020/21 เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ว่าทีมใดใช้เงินเสริมทัพแต่ละตำแหน่งเท่าใดก่อนจะได้เป็นเบอร์ 1 แห่งเกาะ อังกฤษ*อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ transfermarkt.co.uk

ลิเวอร์พูลอลิสซอน เบ็คเกอร์ (โรมา) – 56 ล้านปอนด์อาเดรียน (เวสต์แฮม) – ไร้ค่าตัวแอนดี้ โลเนอร์แกน (มิดเดิลสโบรห์) – ไร้ค่าตัวควีวิน เคลเลเฮอร์ (อคาเดมีลิเวอร์พูล) – ไร้ค่าตัวมูลค่ารวมทั้งหมด 56 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้เอแดร์ซอน โมราเอส (เบนฟิก้า) – 35 ล้านปอนด์แซ็ค สเตฟเฟน (โคลัมบัส ครูว์) – 7 ล้านปอนด์สก็อตต์ คาร์สัน (ดาร์บี้ เคาท์ตี้) – สัญญายืมตัวมูลค่ารวมทั้งหมด 42 ล้านปอนด์

ทั้ง หงส์แดง และ เรือใบสีฟ้า ทุ่มทุนกับตำแหน่งนายทวารมือหนึ่งของทีมด้วยผู้รักษาประตูชาว บราซิล ด้วยกันทั้ง 2 ทีม ทั้ง อลิสซอน และ เอแดร์ซอน ยังโดดเด่นในการเล่นด้วยเท้าได้อย่างคล่องแคล่ว เซ็ตบอลจากหน้าปากประตูของตนเองได้อย่างเยือกเย็นโดยทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เบียดใช้ทุนในตำแหน่งนี้มากกว่า เป๊บ กวาร์ดิโอลา อยู่สักหน่อยเมื่อ อลิสซอน แจ้งเกิดกับหนึ่งในทีมระดับของศึก กัลโช เซเรีย อา อย่าง โรมา ขณะที่ เอแดร์ซอน เพิ่งสร้างชื่อมากับ พริเมรา ลีกา แห่ง โปรตุเกส

ลิเวอร์พูลเวอร์จิล ฟาน ไดค์ (เซาแธมป์ตัน) – 76 ล้านปอนด์เดยัน ลอฟเรน (เซาแธมป์ตัน) – 23 ล้านปอนด์นาธาเนียล ไคลน์ (เซาแธมป์ตัน) – 16 ล้านปอนด์แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ฮัลล์ ซิตี้) – 8 ล้านปอนด์โจ โกเมซ (ชาร์ลตัน) – 4 ล้านปอนด์เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (พีอีซี ซโวลล์) – 2 ล้านปอนด์คิ-จานา ฮูเวอร์ (อคาเดมีเอฟซี อูเทร็ชต์) – 9 แสนปอนด์โจเอล มาติป (ชาลเก้ 04) – ไร้ค่าตัวนาธาเนียล ฟิลลิปส์ (อคาเดมีโบลตัน) – ไร้ค่าตัวเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ (อคาเดมีลิเวอร์พูล) – ไร้ค่าตัวเนโก้ วิลเลียมส์ (อคาเดมีลิเวอร์พูล) – ไร้ค่าตัวมูลค่ารวมทั้งหมด 129 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้รูเบน ดิอาส (เบนฟิก้า) – 62 ล้านปอนด์ไอเมอริค ลาปอร์ต (แอธเลติก บิลเบา) – 57 ล้านปอนด์แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ (โมนาโก) – 52 ล้านปอนด์จอห์น สโตนส์ (เอฟเวอร์ตัน) – 48 ล้านปอนด์ไคล์ วอล์คเกอร์ (สเปอร์ส) – 45 ล้านปอนด์นาธาน อาเก้ (บอร์นมัธ) – 40 ล้านปอนด์ชูเอา คันเซโล (ยูเวนตุส) – 28 ล้านปอนด์ (แมนฯ ซิตี้ ยื่นแถม ดานิโล ในดีลดังกล่าว โดย โกลดอทคอม คาดการณ์ว่ามูลค่าของดีลนี้ทั้งหมดรวม 60 ล้านปอนด์)ฟิลลิปป์ แซนด์เลอร์ (พีอีซี ซโวลล์) – 2 ล้านปอนด์เอริค การ์เซีย (อคาเดมีบาร์เซโลนา) – 1 ล้านปอนด์มูลค่ารวมทั้งหมด 368 ล้านปอนด์

กุนซือ คาตาลัน ทุ่มไม่อั้นโดยคิดเป็นจำนวนที่มากกว่า คล็อปป์ เฉียด 3 เท่าตัวนำโดยคีย์แมนอย่าง รูเบน ดิอาส, ไอเมอริค ลาปอร์ต, ไคล์ วอล์คเกอร์ และ ชูเอา คันเซโล กระทั่งแข้งที่เวียนเข้าออกในทีมชุด 11 ตัวจริงอย่าง นาธาน อาเก้ หรือ จอห์น สโตนส์ ยังมีมูลค่ารวมกันสูงถึง 88 ล้านปอนด์ขณะที่ เร้ดแมชีน มีเพียง เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เพียงรายเดียวที่เป็นแข้งซึ่งมีสถานะบิ๊กเนมก่อนที่พวกเขาจะทุ่มทุนเป็นสถิติโลกคว้าตัว VvD ร่วมทัพโดยภายหลัง สถิติดังกล่าวตกเป้นของ แฮร์รี แม็คไกวร์ จาก เลสเตอร์ ซิตี้ สู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มูลค่าราว 80 ล้านปอนด์

ลิเวอร์พูลนาบี เกอิต้า (แอร์เบ ไลป์ซิก) – 54 ล้านปอนด์ฟาบินโญ (โมนาโก) – 41 ล้านปอนด์อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน (อาร์เซนอล) – 34 ล้านปอนด์จินี ไวนัลดุม (นิวคาสเซิล) – 25 ล้านปอนด์จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ซันเดอร์แลนด์) – 16 ล้านปอนด์เซอร์ดาน ชากิรี (สโต๊ค ซิตี้) – 13 ล้านปอนด์ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (ฟูแลม) – 2 ล้านปอนด์เจมส์ มิลเนอร์ (แมนฯ ซิตี้) – ไร้ค่าตัวเคอร์ติส โจนส์ (อตาเดมีลิเวอร์พูล) – ไร้ค่าตัวมูลค่ารวมทั้งหมด 213 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้โรดรี (แอตเลติโก มาดริด) – 63 ล้านปอนด์เควิน เดอ บรอยน์ (โวล์ฟสบวร์ก) – 55 ล้านปอนด์แบร์นาโด้ ซิลวา (โมนาโก) – 44 ล้านปอนด์แฟร์นันดินโญ (ชัคตาร์ โดเน็ทส์ค) – 30 ล้านปอนด์อิลคาย กุนโดกัน (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) – 20 ล้านปอนด์โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ (เอฟซี ยูฟา) – 2 ล้านปอนด์ฟิล โฟเด้น (อคาเดมีแมนฯ ซิตี้) – ไร้ค่าตัวมูลค่ารวมทั้งหมด 214 ล้านปอนด์

แดนกลางของทั้ง 2 ทีมมีมูลค่าในดีลย้ายร่วมทัพใกล้เคียงกันแต่เป็นฝั่ง หงส์แดง ที่ดูจะน่าผิดหวังอยู่เล็กน้อยเมื่อบิ๊กดีลทั้ง นาบี เกอิต้า กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน ดูจะไม่คุ้มทุนของพวกเขานักเมื่อเทียบกับดีลระดับท็อปของพลพรรค ซิตีเซนส์ซิตี้ ดูจะมีทรัพยากรพร้อมใช้งานสำหรับ เป๊บ มากกว่าเมื่อคีย์แมนอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ และ แฟร์นันดินโญ ย้ายมาร่วมทัพตั้งแต่ก่อนนายใหญ่ คาตาลัน จะมาคุมทัพ ขณะที่ดีลจิ๊กซอว์เติมเต็มทีมในเวลาต่อมาก็สามารถใช้งานและกลายเป็นตัวหลักได้ในทันที

ลิเวอร์พูลโมฮาเหม็ด ซาลาห์ (โรมา) – 38 ล้านปอนด์โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน (ฮอฟเฟนไฮม์) – 37 ล้านปอนด์ซาดิโอ มาเน (เซาแธมป์ตัน) – 37 ล้านปอนด์ดิว็อค โอริกี (ลีลล์) – 11 ล้านปอนด์ทาคูมิ มินามิโนะ (เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก) – 8 ล้านปอนด์ริอาน บรูวส์เตอร์ (อคาเดมีเชลซี) – ไร้ค่าตัวมูลค่ารวมทั้งหมด 131 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ริยาด มาห์เรซ (เลสเตอร์ ซิตี้) – 60 ล้านปอนด์ราฮีม สเตอร์ลิง (ลิเวอร์พูล) – 44 ล้านปอนด์เซร์คิโอ อเกวโร (แอตเลติโก มาดริด) -35 ล้านปอนด์กาเบรียล เชซุส (พัลไมรัส) – 27 ล้านปอนด์เฟร์ราน ตอร์เรส (บาเลนเซีย) – 21 ล้านปอนด์มูลค่ารวมทั้งหมด 184 ล้านปอนด์

ส่วนต่างราว 50 ล้านปอนด์ของทั้ง 2 ทีมมาจากดีลมหาศาลที่ ซิตี้ ทุ่มคว้า ริยาด มาห์เรซ มาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ แต่เป็นอีกแผงตำแหน่งที่ทีมของ เป๊บ ควักเงินก้อนโตสอยผู้เล่นใหม่แล้วสามารถเรียกฟอร์มกับพวกเขาได้ในทันที อาจจะมีเพียง เฟร์ราน ตอร์เรส เพียงรายเดียวที่ยังคงต้องพิสูจน์ตนเองอยู่บ้างขณะที่ หงส์แดง หวังผลเน้นๆ จาก 3 ประสานอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน และ ซาดิโอ มาเน ขณะที่แข้งแนวรุกรายอื่นทำได้เพียงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ ของทีมเท่านั้น


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/compared-liverpool-2019-20-manchestser-city-2020-21-which-team-invest-the-most-for-premier-league-champions

 

Ad Space

You Might Also Like