บอลอังกฤษ

ฟุตบอลมันไม่มีชนะคะแนน

มาถึงตรงนี้แล้ว เชลซี กำลังก่อกำแพงปัญหาให้ตัวเองในช่วงโค้งสุดท้ายซึ่งถือว่าผิดที่ผิดเวลาและอันตรายมากเพราะมันมีเรื่องของโทรฟีย์แชมป์เป็นเดิมพัน

เกมรอบชิง เอฟเอ คัพ ทำให้แฟน “สิงห์บลู” หวนนึกถึงวันที่แพ้ อาร์เซนอล คาบ้านทั้งๆที่ควบคุมทุกอย่างไว้ในมือแต่แทบไม่มีประโยชน์ใดๆเลยในเมื่อยิงประตูใครไม่ได้

เกมที่ เวมบลีย์ เล่นไปเรื่อยๆเราจะเห็นได้ว่า เลสเตอร์ กลายสภาพเป็น underdog เป็นรองทุกกระบวนท่า

เด็กๆของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส พยายามเพรสแล้วแต่ด้วยความที่สไตล์ดั้งเดิมเป็นพวกรับคุมโซนแล้วสวนกลับทำให้ฝั่ง เชลซี แกะออกมาสบายๆ

ในขณะที่ส่วนใหญ่เป็น “สิงห์บลู” ด้วยซ้ำที่ไปวิ่งไล่ใส่จนนักเตะ “จิ้งจอก” เสียบอลแทบทุกครั้ง

อิเฮียนาโช่ ที่ฟอร์มดีสุดในทีม ถูก รูดิเกอร์ ตามติดเป็นเงาจนวันนี้ถูกเก็บใส่กระเป๋าและ BR เปลี่ยนออกในครึ่งหลังเลย

ทั้งหมดทั้งมวลคือการเก็บงานสุดละเอียดของ เชลซี แต่มันไม่ได้ถูกส่งไปถึงมือผู้รับในเมื่อไม่ได้ฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่เหนือกว่าทำประตูได้

มันก็แทบไม่มีประโยชน์ จนกระทั่งจบครึ่งแรกสิ่งที่ทำมาสูญเปล่า ในทางกลับกันเป็น เลสเตอร์ ด้วยซ้ำที่ถือว่าภาระกิจสำเร็จมา “ครึ่งทาง”

ผมในฐานะคนกลาง (ที่ใครเป็นแชมป์ก็ได้) ยังคิดในใจว่าในเมื่อยิงประตูไมไ่ด้ เชลซี ไม่ได้เปรียบอะไรเลย ยิ่งมีโอกาสแล้วทำไม่ได้คุณยิ่งกังวลมากกว่าด้วยซ้ำ ผิดกับฝั่ง เลสเตอร์ ที่รอลงสนามใน 45 นาทีด้วยความกดดันน้อยกว่าเห็นๆ

เหตุการณ์พวกนี้มันเกิดขึ้นบ่อยไม่ว่าจะกับทีมไหน ทีมคุณทีมผม ดังนั้นในช่วงพีคสุดในช่วงเวลานั้นๆคุณต้องยิงประตูสถานเดียวครับ หาไม่แล้วฝั่งตรงข้ามเขาก็พร้อมจะปรับแท็คติกส์เพื่อขอแค่ลูกเดียวเหมือนกัน

ประตูเดียวของเกมนี้ รีส เจมส์ เล่นไม่ละเอียดเท่าไหร่ การจ่ายในลักลษณะสุ่มเสี่ยงไม่ควรเกิดขึ้นในตำแหน่งแนวรับครับ ควรเป็นการปล่อยบอลใน third area มากกว่า

ความอับโชคหนสองคือจังหวะก่อนได้ประตูบอลไปถูกแขน อโยเซ่ เปเรซ แต่ไปแฉลบหัวเข่าก่อนทำให้ตามกฏใหม่จึงไม่ถือว่า “แฮนด์บอล”

การmujนักเตะ เชลซี เอาแต่ถอยไม่มีใครเข้าทำให้ ทีเลอมันส์ มีเวลาเหลือเฟือในการเลือกมุมและวางเท้ายิงเข้าข้อ

คนที่อยู่ใกล้แข้ง เบลเยียม วัย 24 ปีผู้นี้ที่สุดคือ จอร์จินโญ่ แต่แกดันชี้ไม้ชี้มือให้ ธิอาโก้ ซิลวา เข้าบอล มันไม่ทันแล้วสิครับ ขนาดตอนบอลพุ่งออกจากเท้าอดีตแข้ง เปแอสเช ยังห่างตั้ง 5 หลา

ผมเห็นแฟน เชลซี ด่า เกป้า แต่บอลพุ่งเฉี่ยวตัว ธิอาโก้ และเสียมสามเหลี่ยมพุ่งเป็นจรวดขนาดนั้นเห็นอีกทีก็แทบจะผ่านมือไปแล้วด้วยซ้ำ

ผมแอบแปลกใจมากกว่าที่ ทูเคิ่ล ดันมาเลือกปรับแท็คติกส์ในเกมสำคัญวันนี้คือปกติ เจมส์ จะเล่นวิงแบ็คแล้ว อัซปิลิกวยต้า จะยืนหลัง 3 ร่วมกับ ติอาโก้ และ รูดิเกอร์

ความคล่องตัวและลากเลื้อยของ เจมส์ มีประโยชน์มากกว่าไปยืนเซนเตอร์ในรูปเกมที่ตัวเองครองบอลเข้าทำเป็นส่วนใหญ่

เกมในครึ่งแรกเมื่อเทียบกับตอน เลสเตอร์ นำไปแล้ว แม้ เชลซี จะดาหน้าใส่ไม่ต่างกันแต่มันไม่เหมือนเดิมแล้วครับ

คนเคยมือเปล่ากับตอนถือของมีค่าไว้ในมือ reaction คนละเรื่องเลยครับ กลายเป็นรับเต็มตัว คุมโซนต่ำ ไม่ไล่แดนบน

เชลซี เลยต้องกลับมาเลือกเล่นวิธีเดิมเหมือนตอนที่เจอ อาร์เซนอล คือออกริมเส้นแล้วเปิดวัดดวง

แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ช่วยชีวิต เลสเตอร์ จะๆ 2 หนโดยเฉพาะลูกที่พุ่งปัดลูกยิงของ เมสัน เมาท์ ผู้บรรยายอังกฤษยกให้เป็น world class save

จนกระทั่งการตัดสินผู้ชนะที่แท้จริงเป็น VAR จากประตูตีเสมอในนาที 89 เป็นการล้ำหน้าของ เบน ชิลเวลล์ เด็กเก่าเพียงแค่ไม่กี่มิลล์เท่านั้นเอง

ถึงตอนนี้ผมว่าคงไม่มีใครมีบุญวาสนามากไปกว่าแฟนบอลและนักเตะ “เลสเตอร์” อีกแล้วครับ

กลับเข้าชมสนามหนแรกก็ได้ฉลองแชมป์เอฟเอ คัพ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรทันที ส่วนแข้ง “The Fox” ต้องการผู้เล่นคนที่ 12 ที่จะมาถูกที่ถูกเวลากว่านี้คงไม่มีแล้ว

บรรยากาศเก่าๆการโห่เด็กเก่า (ชิลเวลล์) และการขอเสียงกระตุ้นแฟนบอลของ เจมี่ วาร์ดี้ หลังขึ้นนำเป็นอะไรที่พวกเราเองก็คิดถึงไม่แพ้กัน

สำหรับ เชลซี ผมมองว่าพวกเขาต้องต่อกรกับวัฏจักรที่จะก้าวสู่ความสำเร็จ เวลาทีมคุณเข้าชิงแล้วแพ้ เมื่ออะไรก็ตามที่คาดหวังไว้เยอะย่อมผิดหวังเยอะตามไปด้วย

ทูเคิ่ล ทำ เชลซี จากทีมที่ไม่น่าจะมีลุ้นแชมป์อะไรจนเข้าชิง 2 รายการมันทำให้คนตั้งความหวังไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เขาถึงบอกว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว ตกมาเจ็บกว่าทีมที่ร่วงไปก่อนหน้านี้ คุณต้องรับความเสี่ยงในยามที่ไปไม่ถึงเป้าหมาย ผมเองในฐานะแฟนบอล ลิเวอร์พูล ก็ผิดหวังกับรอบชิงมานับไม่ถ้วน ทุกๆครั้งที่ชิงแล้วแพ้มักคิดตลอดว่ารู้งี้ตกรอบให้จบๆไปดีกว่า

แต่มันเป็นทัศนะคติที่ไม่ถูกต้อง ถ้าคิดแบบนี้คุณไม่มีวันถึงแชมป์แต่การจะเอาแชมป์หลังเคยแพ้ในรอบชิงมาแล้วผมว่ามันยากกว่าเยอะ ใจแกร่งไม่พอคุณภาพนักเตะต้องมาพร้อมๆกัน

“คุณภาพ” ในทีนี้ผมกำลังพูดถึงการจบสกอร์ของแข้ง “สิงห์บลู” ที่นับจากนี้เกมที่เหลือมันจะมีเรื่องพวกนี้เข้ามารบกวนจิตใจและจะไม่หายไปไหนจนกว่าคุณจะยิงแล้วได้ชัยชนะนั่นแหละครับ

สิ่งที่ผมบอกได้อย่างเดียวคือก่อนชิง UCL “สิงห์บลู” ต้องติด top 4 ให้ได้สถานเดียวครับเพื่อเคลียร์ความกดดันในหัวทิ้งไปให้หมด

หาไม่แล้วลองนึกสภาพหากคุณต้องลงเล่นในเกมใหญ่ๆแล้วรู้ว่าถ้าแพ้คือไม่ได้อะไรซักอย่างในซีซั่นนี้ มันไม่มีทางเล่นบอลในแบบที่ตัวเองเคยเล่นได้แน่ๆครับ…


ขอบคุณเนื้อหาจาก Soccersuck.com http://www.soccersuck.com/boards/topic/2003455

 

Ad Space

You Might Also Like