บ้าบอลติดเทรนด์

อดีตดาราดาวรุ่ง ‘เควิน ฌ็อง’ เปิดชีวิต 6 ปี ในเรือนจำ ติดโควิด-19 ก่อนพ้นโทษ

อดีตดาราดาวรุ่ง ‘เควิน ฌ็อง’ เปิดชีวิต 6 ปี ในเรือนจำ ติดโควิด-19 ก่อนพ้นโทษ

อดีตดาราดาวรุ่ง "เควิน ฌ็อง โดนาท์" เล่าชีวิต 6 ปี ในเรือนจำ ติดโควิด-19 ก่อนพ้นโทษ ย้ำไม่คิดหวนไปทำผิดซ้ำ วอนสังคมให้โอกาส

หายหน้าหายตาจากวงการบันเทิงไปนาน สำหรับ "เควิน ฌ็อง โดนาท์" อดีตดาราดาวรุ่ง ที่ล่าสุด (23 ก.ค.) ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจในรายการ ถกไม่เถียง ทางช่อง7HD หลังพ้นโทษคดียาเสพติด เล่าประสบการณ์ในเรือนจำนาน 6 ปี ทำให้ได้อยู่กับตัวเอง ได้ทบทวนในสิ่งที่ทำผิด ไม่คิดหวนไปทำผิดซ้ำ เศร้าสุดคือทำพ่อแม่เสียใจ วอนสังคมให้โอกาส

อดีตดาราดาวรุ่ง "เควิน ฌ็อง โดนาท์" เล่าชีวิต 6 ปี ในเรือนจำ

ในวันที่โดนจับ วันนั้นตนเองอยู่กับเพื่อน โดยเพื่อนจะพาไปแคสต์งาน ระหว่างทางเพื่อนขอตัวไปเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน แล้วอยู่ดี ๆ ตำรวจก็เข้ามาล็อคตัวขอตรวจค้น ตนเองก็แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ตรวจทุกอย่าง พอเพื่อนเดินออกมาก็โดนจับ ตำรวจก็เจอยาเสพติด พร้อมเบอร์ที่ใช้ล่อซื้อ เราก็ปล่อยให้ตำรวจสอบสวน เพราะในใจคิดว่าเราไม่ได้เกี่ยวอะไร ตำรวจก็เอาเอกสารมาให้เซ็นต์ แต่ตนเองอ่านภาษาไทยไม่ออกเลย เขาบอกถ้าเซ็นต์แล้วก็จะได้กลับบ้าน ตนเองก็เลยเซ็นต์ไปโดยที่ไม่รู้นั้นคือการเซ็นต์รับสารภาพ ทั้งครอบครองและมียาเสพติดไว้จำหน่าย พร้อมทั้งเสพยาเสพติด ซึ่งตนเองก็ยอมรับว่าเสพจริง แต่ไม่ได้ขาย ยอมรับว่าติดปาร์ตี้กับเพื่อน แต่วันที่โดนจับไม่รู้ว่าเพื่อนมียา

ตอนนั้นศาลชั้นต้นตัดสินให้จำคุก 19 ปี ไปขออุทธรณ์ ศาลลดมา 1 เดือน เหลือ 18 ปี 11 เดือน ตอนที่โดนจับเป็นจุดที่ดีที่สุดในชีวิต มีทั้งเอ็มวี ละคร และโฆษณา เข้ามาตลอด เงินไม่เคยขาด ทุกอย่างลงตัวหมด แต่เสี้ยววินาทีเดียว ทุกอย่างก็พังทลายหมดเลย พอเข้าไปอยู่ข้างในเรือนจำชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ รู้สึกตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปเลย ในขั้นการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ให้แก้ผ้าทั้งหมด ตอนนั้นคิดว่าศักดิ์ศรีของเราหมดไปเลย ทุกอย่างที่สั่งสมมามันหายไปหมดเลย และเราคิดว่ามันสายไปแล้ว เข้าไปอยู่ในนั้นไม่ได้ร้องไห้ให้ตัวเองเลย แต่สงสารพ่อแม่มากกว่า เพราะไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดี เขาเลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้ก็ยังต้องมาดูแลเราอีก

ตอนที่อยู่ในเรือนจำก็ได้เจอกับ แพท พาวเวอร์แพท ตอนแรกก็ไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร แต่เขาเป็นคนนิสัยดีมากแล้วก็ได้ชวนมาทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นเหมือนน้ำใจของพี่น้องศิลปิน ตอนอยู่ในเรือนจำก็ได้ติดตามข่าวสารบ้าง จะรู้เรื่องโรคระบาดอย่างโควิด-19 ซึ่งในเรือนจำเองก็มีการระบาด และควบคุมโรคได้ยาก เพราะมีคนอยู่จำนวนมาก ซึ่งตัวเองก็ติดโควิด-19 ด้วย แต่ไม่มีอาการ มีแค่ไม่ได้กลิ่น การรักษาก็จะเป็นการเอาฟ้าทะลายโจร และยาพาราเซตามอลให้กิน ถ้าเป็นผู้สูงอายุก็จะให้กิน ฟาวิพิราเวียร์ แล้วก็รักษาตามอาการ ตอนนี้ตนเองก็หายจากโควิด-19 แล้ว

ออกจากเรือนจำวันแรกยังงง ๆ อยู่ เจอตึกใหญ่โต โซเชียลมีเดีย ติ๊กต่อก ก็เล่นไม่เป็น สิ่งแรกที่จะทำคือ ออกมาดูแลพ่อแม่ เพราะท่านก็อายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เราสัญญากับคุณพ่อคุณแม่ว่าต่อจากนี้จะไม่ทำให้ทั้งสองท่านผิดหวัง และจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อดูแลท่าน ช่วงเวลาชีวิตที่เราไปอยู่ข้างใน เราได้อยู่กับตัวเองเยอะ ได้ทบทวนในสิ่งที่ทำผิด ได้ปรับทัศนคติในทุกด้าน รู้ว่าตัวเองเป็นใคร รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ทำให้ได้ย้อนกลับมาคิดว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี เราให้โอกาสตัวเองที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น จึงอยากขอให้สังคมให้โอกาส ให้ได้มีที่ยืนเล็ก ๆ ในสังคม เท่านี้ก็พอแล้ว เราไม่สามารถไปสอนคนอื่นได้ แต่ให้เอาชีวิตของตนเองเป็นตัวอย่างว่า ถ้าคุณไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งเงินทอง ชื่อเสียง ฐานะ ทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็สามารถทำให้คุณพังได้

ทั้งนี้ เควิน ยังเล่าเรื่องในเรือนจำให้ฟังว่า ในเรือนจำจะมีผู้ต้องขัง 3 ประเภท บิ๊กเนม คือผู้ต้องขังที่เป็นคดีดัง , แบรนด์เนม เช่น นักการเมือง ศิลปิน ดารา และ โนเนม คือ ผู้ต้องขังที่เป็นคนทั่วไป ซึ่งในเรือนจำก็ปฏิบัติเท่าเทียมกัน ไม่ได้แบ่งแยก แต่ที่มีการแบ่งประเภทเพราะต้องมีการเฝ้าระวัง เพราะอย่างกรณี นักการเมือง อาจจะมีคู่กรณีในนั้น จึงต้องมีการเฝ้าระวังการมีเรื่องอันตรายต่าง ๆ

โกบอย ธนวัฒน์ เจ้าของเพจ โกบอยครัช ผู้ที่เป็นคนสัมภาษณ์ เควิน ในเรือนจำเป็นคนแรก เล่าให้ฟังว่า ตอนได้สัมภาษณ์กันก็ไม่รู้จักเขา พอเห็นก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้หน้าตาดี หุ่นดี น่าจะเป็นดาราได้ แต่พอคุยไปเขาก็บอกว่าขอเปิดเผยตัว เพราะเขาอยากให้คนอื่นเห็นว่า คนที่ทำผิดสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้ ผมเชื่อว่า เควิน จะเลิกยาได้เพราะจากประสบการณ์ คนที่ติดคุกคดียาเสพติดนาน ๆ เขาจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยว เพราะเขาอยู่ข้างใน เขาได้เห็นว่าพ่อแม่ลำบาก ต้องเดินทางไกลคอยมาเยี่ยมเยือนเขา เขาถูกปลูกฝังจากเจ้าหน้าที่ตลอดเวลาว่าให้เห็นใจพ่อแม่ ผมเชื่อล้านเปอร์เซ็นว่าทัศนคติเขาเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน เขาคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกแล้ว

สำหรับคนที่ติดคุกมา หลักสำคัญเลยคือโอกาส อย่าง เควิน ด้วยหน้าตาของเขาผมเชื่อว่าเขาจะได้รับโอกาส แต่มันมีหลายคนที่อาจจะไม่ได้หน้าตาดีแบบน้องเขา ที่สังคมอาจจะยังไม่ได้ให้โอกาส ทุกคนต้องทำงาน เพื่อหาเงิน เพราะคนเรามันต้องกินต้องใช้ ถ้าไม่มีโอกาสให้เขา เขาก็ไม่รู้จะหันไปทางไหน

อ่านข่าวเพิ่มเติม


ขอบคุณเนื้อหาจาก The Bangkok Insight https://www.thebangkokinsight.com/news/lifestyle/entertainment/675787/

 

Ad Space

You Might Also Like