บ้าบอลติดเทรนด์

สหรัฐฯพบหลักฐานเด็ดชี้ “ต้นตอไวรัสโควิด-19” แอบหลุดจากห้องแล็บอู่ฮั่น ตั้งข้อสงสัย “จีน”สั่งออฟไลน์ฐานข้อมูลกลางดึก

เอเจนซีส์/รอยเตอร์ – คณะกรรมาธิการด้านกิจการต่างประเทศพรรครีพับลิกันเปิดเผยรายงานสืบหาต้นตอโรคโควิด-19 ที่รายงานมาวันจันทร์(2 ก.ค)ว่า โดยชี้ไปที่หลักฐานพิสูจน์ว่าเป็นการรั่วออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจจากสถาบันวัยไวรัสวิทยาอู่ฮั่น WIV ที่ย้อนไปไกลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย ปี 2019 ในเวลาที่ฐานข้อมูลไวรัสวิทยาถูกดึงออกจากระบบอย่างกระทันหันช่วงกลางดึกของวันนั้น

หนังสือพิมพ์วอชิงตันเอ็กแซมมิเนอร์รายงานวันนี้(2 ส.ค)ว่า รายงานของคณะกรรมาธิการด้านกิจการต่างประเทศพรรครีพับลิกันของสภาล่างสหรัฐฯซึ่งกำลังสืบสวนหาต้นตอการเกิดไวรัสโควิด-19 สรุปลงในตัวรายงานว่า มีหลักฐานจำนวนมากชี้ไปในทิศทางว่าไวรัส SARS-CoV-2 หรือไวรัสโควิด-19 นั้นบังเอิญเกิดหลุดออกมาห้องวิจัยของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นที่ย้อนไปไกลได้ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย 2019 และตัวไวรัส หรือการจัดเรียงรหัสทางพันธุกรรมของไวรัส (viral sequence )มันเป็นการตัดต่อทางพันธุกรรมที่คาดจะถูกเก็บรวบรวมได้มาจากถ้ำในมณฑลยูนนานของจีนระหว่างปี 2012 – 2015

นอกจากนี้ในรายงานยังชี้ต่อว่านักวิจัยแล็บอู่ฮั่น เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน CCP และพลเมืองอเมริกันเป้าหมายล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงต่อความพยายามเพื่อที่จะขัดขวางข้อมูลที่เกี่ยงข้องกับต้นกำเนิดของไวรัสรวมไปถึงการปิดกั้นฐานข้อมูลสาธารณะของความเป็นไปได้ที่ว่าอาจจะมีการรั่วมาจากห้องแล็บ

ส.สพรรครีพับลิกัน ไมเคิล แม็คคอล (Michael McCaul)จากรัฐเทกซัสเป็นผู้นำการสอบสวนจีนเกี่ยวข้องกับรายงานในเดือนกันยายนที่ระบุว่าปักกิ่งพยายามปกปิดและมีความวิกตกขั้นร้ายแรงต่อแล็บอู่ฮั่น

รายละเอียดใหม่ที่เพิ่มเข้ามาของสมาชิกกรรมาธิการกิจการต่างประเทศประจำสภาล่างสหรัฐฯต่อรายงานนั้นได้พุ่งความสนใจไปที่สถาบันวิจัยไวรัสวิทยาอู่ฮั่น WIV

รายงานใหม่แสดงหลักฐานที่ชี้ไปว่าสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่นเป็นแหล่งที่มาของการระบาดและยังแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนมากมายที่นักวิจัยประจำสถาบันวิจัยอู่ฮั่น WIV และ ปีเตอร์ ดาสซาค (Peter Daszak) จากอีโคเฮลท์ อัลไลแอนซ์( EcoHealth Alliance) พยายามปกปิดการวิจัยที่นั่น

และในตัวรายงานยังระบุว่า มีการค้นพบครั้งใหม่ที่ยืนยันได้ว่าผลงานการวิจัยที่เขียนขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันวิทยาศาสตร์อู่ฮั่นไม่เพียงแต่สามารถพิสูจน์ว่าสถาบันวิจัยแห่งนี้กำลังวิจัยจัดเรียงลำดับพันธุกรรมไวรัสโคโรนาที่เป็นอันตรายและไม่มีความปลอดภัยในระดับชีววิทยา แต่ยังชี้ด้วยว่า นักวิจัยจีนที่นั่นมีความสามารถในการตัดแต่งพันธุกรรมเชื้อไวรัสโคโรนามาตั้งแต่ปี 2016 โดยไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐานของการตัดแต่งพันธุกรรมไว้

หัวหน้าคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศสภาล่างสหรัฐฯจากรัฐเทกซัสกล่าวว่า ในเวลานี้เขาสามารถเชื่อได้ว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะสามารถลบความเชื่อของทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าตลาดสดอู่ฮั่นเป็นต้นตอการระบาดของโรคระบาดโควิด-19

ในรายงานชี้ว่า มีการกำจัดไวรัสที่สถาบันอู่ฮั่นและฐานข้อมูลของตัวอย่างในเดือนกันยายนปี 2019 รวมไปถึงการแสดงความวิตกด้านความปลอดภัยจากนักวิทยาศาสตร์จีนที่ชี้ไปในการสรุปได้ว่า "ไวรัสหลุดออกมาจากห้องแล็บ"

แม็คคอลกล่าวอีกว่า สหรัฐฯได้ล่วงรู้ถึงการวิจัยการตัดแต่งพันธุกรรมกำลังเกิดขึ้นภายในห้องแล็บอู่ฮั่นซึ่งทำอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย และทางสหรัฐฯได้รู้ว่าผู้นำองค์การอาหารและยาจีน CDC และผู้อำนวยการห้องแล็บวิทยาศาสตร์ความปลอดภัยทางชีววิทยาระดับ 4 เคยออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะถึงความกังวลในความปลอดภัยที่ PRC labs เมื่อหน้าร้อนปี 2019

และเราคิดว่าไวรัสน่าจะเล็ดรอดออกมาจากห้องแล็บเมื่อราวปลายสิงหาคมหรือไม่ก็ต้นกันยายนปี 2019

และเมื่อฝ่ายผู้มีอำนาจจีนจากพรรคคอมมิวนิสต์และนักวิทยาศาสตร์ประจำห้องแล็บอู่ฮั่นรู้ถึงการเล็ดรอดของไวรัสพวกเขาต่างพยายามหาทางอย่างหนักเพื่อปกปิดซ่อนเร้น รวมไปถึงการนำฐานข้อมูลไวรัสออกจากระบบออนไลน์เมื่อช่วงกลางดึกพร้อมยังร้องขอเงินสนับสนุนเพิ่มทางด้านความมั่นคงเป็นจำนวนกว่า 1 ล้านดอลลาร์

แม็คคอลอธิบายว่า แต่ความพยายามของพวกเขาช้าเกินไปเป็นเพราะไวรัสได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองอู่ฮั่นแล้ว และอ้างอิงข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมภายใน 1 เดือนแสดงให้เห็นถึงจำนวนประชาชนเพิ่มขึ้นที่โรงพยาบาลต่างๆรอบสถาบันการวิจัยไวรัสอู่ฮั่นที่มีอาการป่วยคล้ายกับโรคโควิด-19 และในช่วงเวลาเดียวกันกับที่นักกีฬาจากการแข่งโอลิมปิกกองทัพโลก (Military World Games) เริ่มแสดงอาการป่วยที่คล้ายกับโรคโควิด-19 และมีบางส่วนได้นำเชื้อไวรัสกลับไปประเทศของตัวเอง สร้างเหตุการณ์ซุปเปอร์สเปรดขึ้นในโลก

และในรายงานของพรรครีพับลิกันระบุว่า ฐานข้อมูลออนไลน์ของสถาบันอู่ฮั่นที่มีมากว่า 22,000 รายการประกอบไปด้วยตัวอย่างและฐานข้อมูลเชื้อโรคที่ถูกเก็บรวบรวมได้จากค้างคาวและหนู แต่กลับพบว่าฐานข้อมูลสำคัญนี้ถูกปิดลงเมื่อวันที่ 12 ก.ย ปี 2019 และในรายงานได้ชี้ว่า ไม่มีคำตอบที่เป็นไปทางเดียวกันอธิบายว่าเหตุใดจึงไม่มีการนำฐานข้อมูลกลับมาสู่ระบบออนไลน์อีกครั้ง

ทั้งนี้ผู้นำองค์การอนามัยโลก WHO ระบุว่าได้มีความพยายามเบื้องต้นที่จะผลักดันให้ทฤษฎีสมคบคิดต้นกำเนิดไวรัสจากห้องแล็บวิทยาศาสตร์ต้องตกไปในระหว่างการสอบสวน รัฐบาลปักกิ่งไม่ยอมให้มีการสอบสวนเป็นครั้งที่ 2 ต่อสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ของตัวเองในเดือนมิถุนายน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO


ขอบคุณเนื้อหาจาก Manager Online https://mgronline.com/around/detail/9640000075491

 

Ad Space

You Might Also Like