คอลัมน์บอล

ในปี 2014 มูรินโญ เคยฟันธง 3 ดาวรุ่ง เชลซี เหล่านี้รุ่งแน่ – มาดูกันว่าปัจจุบันแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้าง – FEATURE

ในการเข้ามารับงานเป็นผู้จัดการทีม เชลซี หนที่สองของ โจเซ มูรินโญ เขาได้เลือกนักเตะดาวรุ่งที่ตัวเองเชื่อว่ามีพรสวรรค์มากที่สุดและน่าจะมีอนาคตที่สดใสใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ รอพวกเขาเหล่านั้นอยู่“ลางสังหรณ์ของผมบอกว่า หาก เบเกอร์, บราวน์ และ โซลันกี้ ไม่ได้ติดทีมชาติในช่วงสองสามปีนี้ ผมควรจะต้องโทษตัวเอง” มูรินโญ กล่าวระหว่างการทัวร์ปรีซีซั่นของสโมสรในปี 2014“ขณะนี้เรามีผู้เล่นที่กำลังจะพร้อมขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ของ เชลซี และเมื่อพวกเขากลายเป็นนักเตะ เชลซี อย่างเต็มตัว พวกเขาจะกลายเป็นนักเตะทีมชาติ อังกฤษ อย่างแน่นอน”

เบเกอร์ ได้ประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่โดการเป็นตัวสำรองในเกม เอฟเอ คัพ กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เมื่อเดือนมกราคม 2014มิดฟิลด์รายนี้ทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งในเกมกับ อาร์เซนอล รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี จนประตูของเขาได้รับการโหวตให้เป็นประตูยอดเยี่ยมของเชลซีในฤดูกาล 2013-14 แถมยังได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วยหลังจากใช้เวลาช่วงสั้นๆกับ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ เขาได้ย้ายไปเก็บเกี่ยววประสบการณ์ต่อกับ เอ็มเค ดอนส์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 เขาผนึกกำลังกับ เดเล อัลลี ช่วยพาต้นสังกัดเลื่อนชั้นสู่ แชมเปี้ยนชิพเบเกอร์ ยังเดินหน้าสร้างความประทับใจต่อตลอดสองฤดูกาลของเขาในการยืมตัวกับ วิเทสส์ อาร์นเฮม ทีมจากลีก ดัตช์ ก่อนจะกลับไป อังกฤษ กับ มิดเดิลสโบรห์, ลีดส์ ของ มาร์เซโล บีเอลซา และ เรดดิ้งทว่าระหว่างที่เขาอยู่ที่ ฟอร์ทูนา ดุสเซลดอร์ฟ ในปี 2019-20 เขาได้ลงเล่นเพียงเก้าเกม ยิงประตูตัวเองไปหนึ่งลูกอย่างตลกขบขัน และถูกผู้จัดการกล่าวหาว่าโดดซ้อมอีกด้วยปัจจุบันนักเตะวัย 26 ปีรายนี้ย้ายออกมาแบบยืมตัวจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นครั้งที่แปดและกำลังเล่นให้กับ แทรปซอนสปอร์ ใน ซูเปอร์ลีก ตุรกีและจากสถานการณ์ในตอนนี้ เราเชื่อว่าเขาคงจะไม่ได้ติดทีมชุดใหญ่เร็วๆนี้อย่างแน่นอน

หลังได้โอกาสเดบิวต์กับ เวสต์บรอม ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี บราวน์ ถูกยกให้เป็นดาวรุ่งที่อนาคตไกลที่สุดคนหนึ่งของฟุตบอล อังกฤษ ไปโดยปริยายเขาย้ายมาเล่นให้กับ เชลซี ในฤดูร้อนปี 2013 และได้เป็นกัปตันทีมยู-19 ของพวกเขาในรอบชิงชนะเลิศของ ยูฟ่า ยูธลีก ฤดูกาล 2014–15 แถมยังทำประตูได้สองลูกช่วยให้ทีมเอาชนะคู่แข่งไป 3-2จากนั้นมิดฟิลด์รายนี้ได้ประเดิมสนามให้กับ สิงห์บลู ภายใต้การคุมทีมของ มูรินโญ ในเดือนพฤษภาคม 2015 ในช่วง 11 นาทีสุดท้ายของเกมที่พ่ายแพ้ 3-0 ต่อ เวสต์บรอมวิช อดีตสโมสรของเขาแม้จะลงเล่นเพียงครั้งเดียว มูรินโญ ก็ยืนยันว่า บราวน์ สมควรจะได้รับเหรียญรางวัล พรีเมียร์ลีก ที่ทีมคว้ามาได้ในฤดูกาล 2014-15เขาใช้เวลาตลอดฤดูกาลถัดไปกับ วิเทสส์ ก่อนที่จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีกในปี 2016-17ในปีถัดมากับ ไบรท์ตัน เขาประสบกับอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างรุนแรงจนต้องพลาดการลงสนามไปนานโข และเมื่อโยกมาชิมลางกับ ลีดส์ ใน แชมเปี้ยนชิพ เขาก็เจ็บอีกครั้งที่แฮมสตริงปัจจุบันเขายังคงเป็นผู้เล่นของ เชลซี อยู่และขณะนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการถูกยืมตัวไปเล่นที่ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ แต่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมลีกเพียงเกมเดียวนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020

หลังจากทำประตูได้ 31ลูกให้กับทีมรุ่นยู-18 และยู-23 ระหว่างฤดูกาล 2014-15 โซลันกี้ ก็ดูจะมีครบทุกอย่างสำหรับการเป็นผู้เล่นที่มีอนาคตอันสดใสรอเขาอยู่เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของอะคาเดมี และยังได้ประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ในฐานะตัวสำรองในช่วงท้ายเกมที่เอาชนะ มาริบอร์ 6-0 ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเขาถูกส่งไปเล่นกับ วิเทสส์ และจบฤดูกาล 2015-16 ในฐานะการเป็นดาวซัลโวอันดับสามของพวกเขาด้วยจำนวน 7 ประตูจาก 25 เกมใน เอเรดิวิซีจากนั้นเขาก็ถูกต้นสังกัดจับดองเค็มไว้ในฤดูหาลถัดไปเพราะมีปัญหาเรื่องสัญญาก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจย้ายไป ลิเวอร์พูล แบบฟรีเอเยนต์พร้อมอ้างว่าต้องการลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่มากขึ้น“ผู้คนอาจคิดว่าผมใจร้อน แต่ผมเป็นแค่เด็กหนุ่มที่ต้องการเล่นฟุตบอล” เขาเผยกับ เทเลฟราฟ เมื่อปี 2019ทุกคนคิดว่า ลิเวอร์พูล ได้ของดีไปอยู่กับตัวแล้ว หลังจากที่ โซลันกี้ คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในรายการฟุตบอลโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี เมื่อปี 2017 ต่างจาก เบเกอร์ และ บราวน์ โซลันกี้ ได้โอกาสติดทีมชาติ อังกฤษ จริงๆ และได้ประเดิมสนามโดยเป็นสำรองในเกมกับ บราซิล เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017แต่เขากลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิงกับต้นสังกัดใหม่และทำไปได้ประตูเดียวจาก 27 นัด ก่อนที่จะถูกขายให้กับ บอร์นมัธ ด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ในเดือนมกราคม 2019กองหน้ารายนี้มีอัตราการทำประตูใน พรีเมียร์ลีก ที่น่าอับอายด้วยจำนวนรวม 4 ประตูจาก 63 นัด – แต่เขากลับมาเล่นได้ด้วยความมั่นใจอีกครั้งเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาในลีกรองจากการยิงประตูไปถึง 11 นัด แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาได้อยู่ดี

! *


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/in-2014-jose-mourinho-tipped-these-3-to-be-superstars-where-are-they-now

 

Ad Space

You Might Also Like