บ้าบอลติดเทรนด์

‘ปุ๊กลุก’หลังเจอมรสุมหนักขอใช้เวลาทั้งหมดดูแลคุณแม่ ลดสถานะ ‘ไมค์’ เป็นแค่เพื่อน

'ปุ๊กลุก'หลังเจอมรสุมหนักขอใช้เวลาทั้งหมดดูแลคุณแม่  ลดสถานะ 'ไมค์' เป็นแค่เพื่อน

สำหรับนางเอกสาว ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล หลังจากห่างหายวงการบันเทิงไปประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดได้ออกมาอัพเดตสถานการณ์ทั้งน้ำตา ผ่านรายการ WOODY SHOW ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเปิดใจเป็นครั้งแรก ยอมรับว่าตอนนี้ขอลดสถานะความสัมพันธ์กับพระเอกหนุ่ม “ไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี” แค่เพื่อนเท่านั้น

โดยเธอ เล่าว่า ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ได้หยุดงานในวงการไปเลย เพราะ ถึงจะออกไปทำงาน ก็คงไม่มีแรงเหมือนกัน เป็นช่วงชีวิตหนึ่งที่แบบพัก แล้วถามตัวเองในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ ที่มีโรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง แต่ว่าไปหาคุณหมอเป็นประจำตลอด แล้วก็ไม่เคยมีอะไรที่เป็นสัญญาณเตือนเลยว่าแย่ เพราะทานยาครบทุกอย่าง คิดว่าน่าจะเป็นช่วงที่เครียดกับโควิด เพราะคือคุณแม่ยังต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ก็จะมีความวิตกกังวลบวกกับมีโรคประจำตัว แล้วเขาเครียด คืนวันนั้นเรากำลังจะล้มตัวลงนอน ก็ได้ยินเสียงเหมือนของหนักมันตก ในใจลึก ๆ คิดว่าพี่สาวเพราะห้องอยู่ตรงข้ามกันทำไรเสียงดัง แต่พี่ก็บอกเปล่า เราเลยวิ่งลงไปดู ก็เห็นภาพคุณแม่นอนจมกองเลือดอยู่หน้าบันได เป็นภาพที่เราเคยเห็นในละครเยอะมาก แต่ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นกับเราจริงๆ

ซึ่งวันแรกที่เจอคุณหมอก็แจ้งเลยว่า โอกาสที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือโอกาสที่จะฟื้น มีเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก ๆ เหมือนคุณแม่ขาดออกซิเจน สมองขาดอากาศหายใจนานเกินไป แล้วคุณหมอก็ถามว่าลูกสาวมีวิธีการคิดยังไงหลังจากนี้ ถ้าเกิดว่าตัวคุณแม่ไม่เหมือนเดิม จะให้หมอรักษาแบบไหนที่ญาติต้องการ คือ คุณหมอคงรู้ว่าค่าใช้จ่ายจะเยอะตามมา เราก็ตอบว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่ปล่อยมือแม่ ให้คุณหมอรักษาเท่าที่คุณหมอจะทำได้ ไม่ต้องคำนึงเรื่องค่าใช้จ่าย คือ รู้ว่ามันหนักสำหรับเรา แต่ว่าถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ชีพจร ออกซิเจน ทุกอย่างของแม่ส่งสัญญาณว่าไม่อยากจะไปต่อกับหนู ก็จะไม่ทรมานแม่

พร้อมกันนี้ เธอ ยังเปิดใจถึงสถานะระหว่าง ไมค์ ในเวลานี้ ว่า จากที่รู้จักกับไมค์มา 5-6 ปี ตั้งแต่วันที่เราสดใสร่าเริง แต่ตอนนี้ตัวเราเองไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต หรือว่าภาวะอารมณ์ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรที่ขำแค่ไหน เราก็เหมือนไม่ได้ยิน ตั้งแต่คุณแม่ล้ม สิ่งที่เกิดขึ้นคือเวลาที่คุยกับไมค์หรือเจอ ก็จะรู้สึกว่าเหมือนเราดึงเขาเข้ามาอยู่ในภาวะนี้เสมอ เพราะว่าตัวเราก็ไปภาวะอื่นไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรที่พยายามให้เรามีความสุข บางทีก็รู้สึกว่าเราไม่ได้อยากฟัง เป็นความผิดของเราเอง เลยไม่อยากให้เขา มาอยู่ในภาวะที่ต้องทุกข์แบบเดียวกับเรา เลยคิดว่าเราถอยดีไหม เป็นเพื่อนที่ให้กำลังใจกันไปตลอดโดยที่ไม่ต้องพยายาม คือ เขาก็ทุกข์ใจนะคะกับสิ่งที่เกิดขึ้น วันที่แม่ล้ม ไมค์ขับรถมาถึงที่โรงพยาบาลเร็วมากๆ เลย เห็นถึงความรักที่เขามีให้กับครอบครัวเรา แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเขา ที่เรายิ้มไม่ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถยิ้มได้ เลยคิดว่าการเว้นระยะสักนิดนึง เขาก็จะได้มีความสุขในแบบที่เขาควรจะเป็น

โดยปุ๊กลุ๊ก บอกว่า มันนานนะคะกับการที่เรา ไม่สามารถหัวเราะได้เลยตลอด 2 เดือน ทุกครั้งที่มีการสนทนากันก็รู้สึกว่าเราเอาเปรียบความสุขเขา เราไม่สามารถให้ความสุขเขาได้เหมือนเดิม ไม่สามารถหัวเราะได้ในเรื่องที่เขาหัวเราะ รู้สึกสงสารเขา มันไม่เหมือนเดิมจริงๆ ค่ะ แต่เราก็ยังมีเขาเป็นเพื่อนไง ที่รับฟังทุกเรื่อง เขาจะเป็นคนที่รู้อาการแม่ตลอด จะเป็นเพื่อนที่ไลน์มาทุกเช้าว่าแม่เป็นไงบ้างวันนี้หมอว่ายังไง”

ตอนที่เราบอกว่าขออนุญาตปรับสถานะนั้น ทางเขาเหมือนอยู่ในภาวะที่อะไรก็ได้สำหรับเรา แล้วแต่ที่ปุ๊กสบายใจ แต่เขาก็จะยืนอยู่ที่เดิม ที่เคยยืน เป็นแค่สถานะ แต่แบบเราหันไปกี่ครั้งก็มั่นใจว่าจะเห็นเพื่อนคนนี้ ไม่เคยปล่อยมือเราเลยแม้แต่วินาทีเดียว แล้วก็รู้สึกว่าถ้าเราเป็นแฟน คือ ตอนนี้เราไม่พร้อมเสียใครเลย ไม่อยากทะเลาะ จิตใจเราไม่ได้พร้อมที่จะปรับความเข้าใจในเรื่องอะไรเลย เลยรู้สึกว่าถ้าเป็นเพื่อนก็จะเป็นฟีลจับมือกันไป โดยที่ไม่ต้องคิดว่าจะมาหาไหม ทำไมไม่โทรมา หรืออะไรแบบนี้ ให้เป็นแบบสบาย ๆ ไป การทมีสเตตัสแบบนี้ อาจจะทำให้เขาได้ใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องทุกข์ไปกับเรา 100%

ขอขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม pooklook_fonthip


ขอบคุณเนื้อหาจาก สยามรัฐ https://siamrath.co.th/n/271436

 

Ad Space

You Might Also Like