คอลัมน์บอล

1000 เกมของ โจเซ มูรินโญ : กับเรื่องราวเบื้องหลังสามเดือนอันแสนสาหัสที่ เบนฟิกา – FEATURE

โจเซ มูรินโญ อดีตผู้จัดการทีม เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังจะทำหน้าที่ผู้จัดการทีมครบ 1,000 นัด เมื่อโรมา ลงฟาดแข้งกับ ซาสซูโอโล ในวันอาทิตย์นี้ และแม้จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้จารึกประวัติศาสตร์ให้กับ ปอร์โต แต่ผลงานที่เกินธรรมดาของเขาเริ่มต้นด้วยความยุ่งเหยิงที่ เบนฟิกา

โจเซ เข้ามารับช่วงต่อใน เอสตาดิโอ ดา ลุซ เมื่อปี 2000 แต่กลับต้องจากไปเพียงสามเดือนให้หลัง และไม่ใช่เพราะผลงานที่แย่เกินจะบรรยายแต่อย่างใด เพราะมันกลายเป็นว่าเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นเสียด้วยซ้ำเบนฟิกา ในตอนนั้นไม่ได้คว้าแชมป์ลีกมา 6 ปีแล้ว และพวกเขาก็เพิ่งไล่ จุปป์ ไฮย์เกส ออกจากตำแหน่งเพื่อหวังจะได้ใครสักคนที่สามารถกอบกู้สถานการณ์ของทีมได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรแม้แต่แดงเดียวซึ่งเขาคนนั้นก็คือ มูรินโญ ในวัย 37 ปี

มูรินโญ ใช้เวลาสี่ฤดูกาลก่อนหน้านี้ในฐานะผู้ช่วยของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน และ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ บาร์เซโลนา แต่ออกจากสโมสรในช่วงซัมเมอร์นั้นเพื่อหวังที่จะได้เป็นหัวเรือกับเขาบ้างเขากลายเป็นที่รู้จักในเกมในฐานะโค้ชที่มองการณ์ไกลและมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า แต่การถูกแต่งตั้งเข้ามาคุมทีม เบนฟิกา สร้างความสับสนแก่แฟนๆในประเทศพอตัว เพราะมันเป็นงานที่ยิ่งใหญ่สำหรับโค้ชที่ไม่มีประสบการณ์ – โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ของทีมที่ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนักอย่างไรก็ตาม มูรินโญ ไม่ติดใจแต่อย่างใด และได้เซ็นสัญญาหกเดือนซึ่งจะขยายเวลาออกไปอีกสองปีหาก ชูเอา เวล อี อาเซเวโด ประธานสโมสรชนะการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงได้อีกสมัย โชคดีที่มันไม่เป็นเช่นนั้น และนั่นด็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ มูรินโญ ต้องก้าวเท้าออกไปจาก เบนฟิกา

ในชีวประวัติของเขาที่ถูกตีพิมพ์ออกมาในปี 2005 ซึ่งเขียนโดน หลุยส์ โลเรงโก เพื่อนของเขา มูรินโญ พูดถึง เบนฟิกา เอาไว้ว่าเป็น "ทีมที่อ่อนแอไม่มีอนาคตและไม่มีความทะเยอทะยาน" และ"ผู้เล่นคุ้นเคยกับความพ่ายแพ้และไม่สนใจใยดีอะไรกับต้นสังกัดตัวเองเลย"มูรินโญ ประเดิมเกมด้วยความพ่ายแพ้ต่อ เบาวิสต้า 1-0 ซึ่งนั่นทำให้เขาหัวเสียมากและทั้งสับทั้งหั่นทีมเพื่อหวังให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมีผู้เล่นบางคนที่เขารู้สึกว่าสามารถไว้วางใจได้ อย่าง ปิแอร์ ฟาน ฮอยดองค์, มานิเช กองกลาง ที่ตามเขาไป ปอร์โต และ เชลซี ในเวลาต่อมา ท้ายสุดกับ โรเบิร์ต เองเค นายประตูผู้ล่วงลับส่วนที่เหลือเขาหันไปหาแข้งดาวรุ่งจากอะแคเดมีของสโมสร โดย แบ็คซ้าย ดิโอโก หลุยส์ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เขาพาขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่“มันสมบูรณ์แบบสำหรับผมและสำหรับผู้เล่นในอะแคเดมีทุกคน เพราะเรารู้ดีว่ามันเป็นไปได้สำหรับเราที่จะได้ทำตามความฝัน ในการไปสู่ทีมชุดใหญ่” หลุยส์ กล่าวกับ สกายสปอร์ต

“มูรินโญ ไม่ได้ดูชื่อ เขาดูคุณสมบัติอื่นๆ สำหรับเขา มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเป็นนักเตะทีมชาติ โปรตุเกสวัย 28 ปี หรือนักเตะดาวรุ่งจากทีมบี”“สิ่งที่สำคัญสำหรับเขาคือวิธีการของคุณในการฝึกซ้อม เขาต้องการหาวิธีที่จะทำให้ทีมแข่งขันได้ ดังนั้นเขาจึงผลักดันผู้เล่นอายุน้อยที่พร้อมจะทุ่มเทหยาดเหงื่อและเลือดให้กับทีม”การตัดสินใจส่งเสริมเยาวชนเป็นเรื่องที่กล้าหาญและมันส่งผลต่อวัฒนธรรมของทีมอย่างแน่นอน และแม้กระทั่งในช่วงเริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมของเขา มูรินโญ ก็ไม่อายที่จะเผชิญหน้ากับผู้เล่นระดับสูงที่ปฏิเสธจะเคารพระเบียบปฏิบัติของเขา

มูรินโญ เพิ่งจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องแทคติกการเน้นผลลัพธ์ในช่วงหลังของอาชีพเขาแต่ไม่ใช่กับ เบนฟิกา “แม้ว่าสิ่งต่างๆ จะไม่ค่อยดีนัก เขาก็มักจะแสดงความมั่นใจในตัวเราด้วยการกล้าเสี่ยง” หลุยส์ กล่าว“ผมคิดว่าเขาเปลี่ยนไปใน อินเตอร์ มิลาน ที่นั่น เขาค้นพบว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยแนวทางการป้องกันจริงๆ และผมคิดว่านั่นสร้างทัศนคติใหม่ในตัวเขา“แต่ที่ เบนฟิกา เขาจะพูดว่า 'ถ้าเรากำลังแพ้ ผมจะถอดกองหลังออก และเราจะโจมตีพวกเขา' "ทุกอย่างชัดเจนมากขึ้นหลังการชนะ ลิสบอน แชมป์เก่าไปด้วยสกอร์ 3-0 ในเดือนธันวาคม แต่เมื่อถึงจุดนั้น อาเวเซโด ได้สูญเสียตำแหน่งประธานสโมสรให้กับ มานูเอล วิลารินโญ ซึ่งกระตือรือร้นที่จะแต่งตั้งอดีตผู้เล่นอย่าง โทนี ขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมแทนเขาเสียเหลือเกิน

มูรินโญ รู้สึกไม่พอใจกับความคิดเห็นของ วิลารินโญ กับสื่อเกี่ยวกับโทนี และรู้สึกว่าเขากำลังโดนกลั่นแกล้ง ตั้งแต่การเปลี่ยนห้องโรงแรมโดยไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้าไปจนถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการเดินทางของเขาหลังจากขับรถกลับบ้านจาก ลิสบอน ถึง เซตูบัล ในคืนนั้น เขาตัดสินใจที่จะแจ้ง วิลารินโญ ว่าเขาจะลาออกเว้นแต่สัญญาของเขาจะได้รับการขยายออกไปอีกหนึ่งปี

คำขอของเขาถูกปฏิเสธ “เราทำได้ดีมาก ทั้งในแง่ของฟอร์มและสภาพแวดล้อมในห้องแต่งตัว” หลุยส์ กล่าว “ถ้า มูรินโญ อยู่กับ เบนฟิกา ต่อไปในปีนั้น ผมคิดว่าเราน่าจะประสบความสำเร็จได้เพราะเรากำลังไปในทิศทางที่ถูกต้อง”ในทางกลับกัน สโมสรกลับจบอันดับที่ 6 ซึ่งต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขา ในขณะที่ มูรินโญ ก้าวไปสู่อีกขั้นและประสบความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อที่สโมสรอีกแห่งในลีกเดียวกันที่ไว้ใจเขาอย่าง ปอร์โตความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาของเขาทำให้เขาโด่งดังและได้ย้ายไป เชลซี แต่เส้นทางสู่ 1,000 เกมเริ่มต้นก่อนหน้านั้น ทั้งในและนอกสนาม ทั้งดีและไม่ดี ช่วงเวลาสามเดือนของเขาที่ เบนฟิกา เป็นตัวกำหนดทุกสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/story-behind-jose-mourinho-1000-games-in-charge-at-benfica

 

Ad Space

You Might Also Like