คอลัมน์บอล

แพ้ไปถึง 7 ย้อนรอยผลงาน 11 นัดใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ในฐานะกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด – FEATURE

จากฟอร์มที่กำลังพุ่งทะยานใน พรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาต่างสร้างความคาดหวังอันสูงส่งให้บรรดาแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฝันถึงการที่สโมสรรักเตรียมจะได้ชูถ้วยในอนาคตอันใกล้ แต่แล้วไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ต้องกลับมาอยู่กับความเป็นจริงที่ว่าพวกเขาไม่ใช่ยอดทีมที่ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้อีกครั้ง ในนัดประเดิมสนาม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พลิกล็อคโดน ยัง บอยส์ ทีมรองบ่อนจากสวิตเซอร์แลนด์ยิงแซงชนะไป 2-1 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาซึ่งนี่ไม่ใช่นัดแรกที่ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ พา ปีศาจแดง พ่ายแพ้แบบน่าเหลือเชื่อในรายการนี้ วันนี้เราจึงอยากพาแฟน 90Min ทุกท่าน ย้อนกลับไปชม 11 นัดที่ น้าลูกอม คุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามในถ้วยใหญ่ของยุโรปว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ลองไปชมกัน…

หลังจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ปลด โชเซ มูรินโญ ออกจากตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2018 และแต่งตัน โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เข้ามาเป็นกุนซือขัดตาทัพ โดยเกมแรกที่นายใหญ่ชาวนอร์เวย์คุม ปีศาจแดง ลงเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายต้องพบกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งเกมนั้น คิมเพมเบ้ และ เอ็มบัปเป้ ซัดคนละประตูช่วยให้ เปแอสเช บุกมาเอาชนะถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด 2-0

เกมนี้แฟน ๆ ปีศาจแดง หลายคนคงจะยังจำกันได้ โดยเป็นเกมเมื่อเดือนมีนาคม 2019 โดยเป็นทีมเยือนที่บุกมานำก่อนจาก ลูกากู ก่อนที่ ฆวน แบร์นาร์ด จะตีเสมอให้เจ้าถิ่นได้สำเร็จ จากนั้น ลูกากู มาบวกประตูที่สองให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-2 เกมทำท่าจะจบลงด้วยการเข้ารอบของเจ้าถิ่น แต่แล้ว คิมเพมเบ้ ถูกจับแฮนด์บอลในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลังและเป็น แรชฟอร์ด ที่สังหารเขาไปพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายแบบโกงความตายในที่สุด

หลังจากผ่าน ปารีสฯ มาได้ ในรอบ 8 ทีมพวกเขาโคจรมาพบกับ บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่จาก ลาลีกาสเปน ซึ่ง เจ้าบุญทุ่ม บุกมาขึ้นนำเร็วจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ลุค ชอว์ ตั้งแต่นาทีที่ 13 แม้หลังจากนั้นเจ้าถิ่นพยายามเร่งเกมบุกแต่ก็ไม่สามารถเจาะประตูผู้มาเยือนได้ทำให้นัดแรกพวกเขาพ่ายคาบ้านไป 0-1

หลังจากแพ้คาบ้าน 0-1 ในเกมแรก แฟน ๆ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงมีความหวังว่าพวกเขาจะแซงกลับมาเข้ารอบได้อีกครั้งเหมือนที่เคยทำกับ ปารีสฯ เมื่อสองเดือนก่อน แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะ ลิโอเนล เมสซี จัดการกด 2 ประตูให้ทีมออกนำ 2-0 ตั้งแต่ 20 นาทีแรกก่อนที่ครึ่งหลัง ฟิลิเป้ คูตินโญ จะมาบวกเพิ่มอีกหนึ่งประตูให้ บาร์เซโลนา เอาชนะไปได้แบบขาดลอย 3-0 หยุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาไว้ที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในฤดูกาลนั้น

หลังจากที่ฤดูกาล 2019/20 พวกเขาไม่ได้สิทธิเข้ามาเล่นในรายการนี้ แต่ในซีซั่นถัดมา โซลชาร์ พาทีมกลับเข้ามาอีกครั้งแถมประเดิมสวยด้วยการบุกไปย้ำชัย เปแอสเช 1-2 โดยได้ประตูจาก บรูโน เฟอร์นันเดส และ มาร์คัส แรชฟอร์ส ส่วนเจ้าถิ่นได้ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ มาร์กซิยาล ประเดิม 3 แต้มในรอบแบ่งกลุ่มไปได้อย่างงดงาม

หลังจากบุกเก็บ 3 คะแนนจาก ปารีสฯ มาได้ เกมที่สองพวกเขายังคงเล่นได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยการเปิดบ้านถล่ม แอร์เบ ไลป์ซิก 5-0 โดยเกมนี้ทีมเยือนจาก บุนเดสลีกา พยายามบุกเข้าใส่ทำให้รูปเกมเข้าทางเจ้าถิ่นที่ถนัดในการเล่นเกมสวนกลับโดยได้ประตูการ กรีนวูด จุดโทษของ มาร์กซิยาล และ แรชฟอร์ด ทำแฮททริกได้ในเกมนี้ เก็บ 6 คะแนนเต็มหลังผ่านไป 2 นัด

เกมที่สามในรอบแบ่งกลุ่ม ปีศาจแดง มีคิวต้องบุกไปเยือน อิสตันบูล บาซัคเซฮี ทีมเต็งบ๊วยประจำกลุ่ม แต่ที่ไหนได้ พวกเขาโดนเจ้าถิ่นยิงนำก่อน 2-0 อย่างไม่น่าเชื่อก่อนที่ มาร์กซิยาล จะไล่ตีไข่แตกก่อนหมดครึ่งแรก อย่าวงไรก็ตามที่สุดแล้ว พลพรรคเร้ดเดวิลส์ ก็ไล่ไม่ทัน บุกมาพ่ายแบบพลิกล็อค 2-1 แต่ก็ยังพอมีความหวังหลังจากตุนไว้แล้ว 6 คะแนนจากสองเกมแรก

หลังจากได้บทเรียนมาแล้วในเลกแรก นัดนี้ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ จัดทีมแบบเอาจริงเต็มสูบ และนำห่าง 3-0 ตั้งแต่จบครึ่งแรกจากสองประตูของ บรูโน และ แรชฟอร์ด นาทีที่ 75 บาซัคเซฮี มาตีไข่แตกได้หนึ่งประตูก่อนที่ แดน เจมส์ จะยิงปิดกล่องในช่วงทดเวลาให้ ปีศาจแดง กลับมาล้างแค้นได้สำเร็จ

เกมต่อมาพวกเขาต้องเปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่เคยบุกไปเอาชนะมาได้ในนัดแรก แต่เกมนี้ดูจะต่างออกไป เพราะ ปารีสฯ บุกมานำเร็จจาก เนย์มาร์ ก่อนที่ แรชฟอร์ด จะไล่ตีเสมอก่อนจบครึ่งแรก กระทั่งนาทีที่ 69 มาร์ควินญอส ยิงให้ผู้มาเยือนออกนำอีกครั้ง และสถานการณ์ยิ่งแย่ลงไปอีกหลังจาก เฟร็ด มาโดนเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป ช่วยท้ายเกม ปีศาจแดง 10 คนต้านไม่ไหวถูก เนย์มาร์ ยิงปิดท้ายจนต้องพ่ายแพ้ไป 3-1

และแล้วก็มาถึงเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มซึ่งทั้งสามทีมยังมีโอกาสลุ้นตกรอบ แต่หาก แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอในเกมนี้ก็เพียงพอจะเข้าสู่รอบต่อไป แต่เจ้าถิ่น ไลป์ซิก กลับงัดฟอร์มเก่งยิงนำก่อนถึง 3-0 ในช่วง 70 นาทีแรก ก่อนที่ 10 นาทีสุดท้ายพวกเขาจะไล้มาเป็น 3-2 จาก บรูโน และการทำเข้าประตูตัวเองของ โคนาเต้ แต่ก็ไล่ไม่ทัน ส่วนอีกคู่ ปารีสฯ ถล่ม บาซัคเซฮี ขาดลอย 5-1 ทำให้สุดท้าย ปีศาจแดง รั้งอันดับที่สามต้องไปเล่นในศึก ยูโรปาลีก ตามระเบียบ

เพิ่งผ่านไปแบบสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาสำหรับเกมนัดเปิดสนาม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มฤดูกาล 2021/22 ซึ่งใครต่างก็คิดว่าจะไม่ใช่งานยากของ ปีศาจแดง ในการบุกมาเก็บ 3 แต้มจาก ยัง บอยส์ ทีมแชมป์จากลีกสวิตเซอร์แลนด์ได้ ซึ่ง โอเล ก็เรียกได้ว่าจัดตัวหลักลงแทบครบทุกตำแหน่ง โดย โรนัลโด้ ยิงให้ทีมออกนำไปก่อน 0-1 ตั้งแต่นาทีที่ 13 แต่แล้วใบแดงของ วาน บิสซาก้า ในนาทีที่ 35 ก็เป็นจุดเปลี่ยนของเกม และเปลี่ยนมากขึ้นไปอีกหลังจาก โซลชาร์ ตัดสินใจ เปลี่ยนแผนมาเน้นเกมรับแบบเต็มตัวหวังเอา 1 แต้มจนสุดท้ายต้านไม่อยู่จากความผิดพลาดทำให้ ยัง บอยส์ พลิกล็อคเอาชนะไปได้อย่างไม่มีใครคาดคิด 2-1 นั่นเอง


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/feature-first-11-uefa-champion-league-match-of-manchester-united-with-ole

 

Ad Space

You Might Also Like