คอลัมน์บอล

คดีฆาตกรรมปริศนา เสรีภาพสื่อ และการเทคโอเวอร์นิวคาสเซิล – FEATURE

"กลุ่มคนสีเทาผู้ต้องการใช้ความเย้ายวนและชื่อเสียงของฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เพื่อปกปิดการกระทำที่ไร้ศีลธรรม ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและขัดแย้งกับคุณค่าของชุมชนฟุตบอลระดับโลก" สมาคมเพื่อองค์การนิรโทษกรรมสากล หรือ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ระบุในจดหมายเปิดผนึกต่อ พรีเมียร์ลีก เมื่อเมษายน 2020 เพื่อยับยั้บการเข้าครอบครองกิจการ นิวคาสเซิล โดย กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (Public Investment Fund หรือ PIF) ของ ซาอุดีอาระเบียเพียง 18 เดือนให้หลัง ดีลดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการโดย พีไอเอฟ มีสัดส่วนการถือครองกรรมสิทธิ์ นิวคาสเซิล 80 เปอร์เซ็นต์อะไรคือสาเหตุของการเรียกกลุ่มทุนดังกล่าวว่าเป็นคนสีเทา อะไรคือการกระทำอันไร้ศีลธรรมที่แอมเนสตี้กล่าวถึง และความพัวพันอันยุ่งเหยิงต่อคดีฆาตกรรมมีที่มาที่ไปอย่างไร?

พีไอเอฟ คือชื่อย่อของ Public Investment Fund หรือ กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของ ซาอุดีอาระเบีย จัดเป็นประเภทกองทุนเพื่อความมั่งคั่งโดยรัฐบาล มุ่งแสวงหาผลตอบแทนสูงสุด พวกเขามีแนวทางบริหารความมั่งคั่งโดยแปรเปลี่ยนผลกำไรในธุรกิจน้ำมันให้เป็นสินทรัพย์หรือลงทุนในธุรกิจประเภทอื่น รวมไปถึงการเข้าครอบครองเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในประเทศพัฒนาแล้วโดยมีเป้าหมายระยะยาวคือการการเติบโตของจีดีพีสำหรับ ซาอุฯ จากธุรกิจอื่นนอกเหนือจากน้ำมันตัวอย่างธุรกิจที่ พีไอเอฟ ร่วมลงทุนได้แก่ อูเบอร์ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มขนส่งสาธารณะ, ซอฟท์แบงค์ บริษัทบริหารการลงทุนที่มี ไลน์ เป็นส่วนหนึ่ง ไปจนถึง รีไลเอนซ์ รีเทล ธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่แห่ง อินเดีย ที่กำลังจะลงทุนเปิด เซเว่น-อีเอฟเวน ภายในประเทศ เป็นต้นโดย พีไอเอฟ มี โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์เป็นประธานบริหาร

จามาล คาชูจกิ เป็นนักข่าวชื่อดังของ ซาอุดีอาระเบีย โดดเด่นในการทำข่าวหนักก่อนที่จะขอลี้ภัยสู่ สหรัฐอเมริกา เมื่อได้รับการตักเตือนจากเจ้าหน้าที่ ซาอุฯ ให้หยุดการวิจารณ์ โมฮัมเหม็ดบิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร ก่อนที่เขาจะยังคงเดินหน้าทำงานที่ตนถนัดกับ วอชิงตัน โพสต์ สื่อใน สหรัฐฯ ในเวลาต่อมา และเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ บิน ซัลมาน ดังเดิมคาชูจกิ มีเหตุให้ต้องเดินทางเข้าไปในสถานกงสุลซาอุฯ ใน ตุรกี ดำเนินการในเอกสารหย่ากับอดีตภรรยาเพื่อจดทะเบียนสมรสใหม่กับ ฮาทิเช เชนกิซ คู่หมั้นชาว ตุรกี ท่ีเดินทางไปด้วยกันในวันจัดการเอกสารดังกล่าวเขากำชับให้คู่หมั้นรออยู่ที่ด้านนอกแต่ คาชูจกิ ไม่กลับออกมาจากสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียอีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาในภายหลังมีการเปิดเผยเทปบันทึกเสียงของ คาชูจกิ ที่ได้จาก แอปเปิลวอตช์ ในวันที่เจ้าตัวใส่ไปในสถานกงสุลโดยมีรายละเอียดอย่างการถูกหั่นในขณะที่ยังมีชีวิต และเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเป็นต้นต่อมา ทางการ ซาอุฯ ได้สอบสวน 11 ผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าว ก่อนที่จะตัดสินปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหา จำคุกอีก 3 ราย และประหารชีวิต 5 รายโดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศพัวพันเป็นผู้ต้องหาและปฎิเสธการอนุญาตให้ตรวจสอบโดย สหประชาชาติ (ยูเอ็น)

แม้ความเชื่อมโยงของ บิน ซัลมาน กับ พีไอเอฟ และประเด็นปัญหาสิทธิมนุษชนจะเป็นเรื่องที่ได้รับการหยิบยกมาพูดถึงโดย แอมเนสตี้ แต่ไม่ใช่สำหรับการพิจารณาโดย พรีเมียร์ลีก ดังที่พวกเขาระบุในการแถลงอย่างเป็นทางการส่วนหนึ่งว่า"พรีเมียร์ลีก ได้รับการยืนยันทางกฎหมายผูกมัดการรับรองที่ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ไม่ได้เป็นผู้ควบคุมสโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิล"สิ่งที่ฉุดรั้งให้ดีลดังกล่าวล่าช้ามาเป็นเวลาราว 18 เดือนคือข้อพิพาทระหว่าง บีเอาต์คิว (beoutQ) ผู้ให้บริการถ่ายทอดสดเกม พรีเมียร์ลีก แบบผิดกฎหมายใน ซาอุดีอาระเบีย กับ บีอินสปอตส์ (beIN Sports) สื่อโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของ กาตาร์ ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในภูมิภาคดังกล่าวที่ท้ายที่สุดสามารถยุติข้อพิพาทดังกล่าวลงได้

การที่ พีไอเอฟ เดินหน้าลงทุนในธุรกิจฟุตบอลทำให้ นิวคาสเซิล ขึ้นแท่นกลายเป็นสโมสรที่มีเจ้าของมั่งคั่งที่สุดในโลกทันที แซงหน้าบิ๊กทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระทั่ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

10 เจ้าของสโมสรฟุตบอลผู้มั่งคั่งที่สุดในโลก (เดลีเมล)10. กั๋ว กวางชาง – วูล์ฟส (5.2 พันล้านปอนด์)9. ชาง จินดง – อินเตอร์ มิลาน (6.2 พันล้านปอนด์)8. สแตน โครเอนเก้ – อาร์เซนอล (6.8 พันล้านปอนด์)7. ฟิลิป อันส์ชูตซ์ – แอลเอ กาแล็คซี (8.1 พันล้านปอนด์)6. โรมัน อับราโมวิช – เชลซี (1 หมื่นล้านปอนด์)5. อันเดรีย อันเญลลี – ยูเวนตุส (1.4 หมื่นล้านปอนด์)4. ดีทริช มาเตสชิตซ์ – แอร์เบ ไลป์ซิก และ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (1.5 หมื่นล้านปอนด์)3. ชีค มานซูร์ – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2.1 หมื่นล้านปอนด์)2. กาตาร์ อินเวสต์เมนต์ ออธอริตี้ – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (2.2 แสนล้านปอนด์)1. ซาอุดีอาระเบีย พับลิก อินเวสต์เมนท์ ฟันด์ – (3.2 แสนล้านปอนด์)

ด้วยระดับเงินทุนดังกล่าวทำให้ เดอะแม็กพายส์ มีศักยภาพมากพอที่จะกลายเป็นสโมสรลูกหนังเบอร์หนึ่งของโลกจากการดูดสตาร์ดัง ไปจนถึงเหล่าโค้ชระดับพระกาฬร่วมทัพ โดยมีเพียงกฎการเงิน ไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ (เอฟเอฟพี) เท่านั้นที่พอจะหยุดพวกเขาได้กฎ เอฟเอฟพี ดังกล่าวถูกกำหนดโดย สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เพื่อยับยั้งไม่ให้สโมสรฟุตบอลประสบภาวะขาดทุนอย่างไร้ความยั่งยืน เป็นความพยายามที่จะชะลอช่องว่างระหว่างสโมสรที่มีเจ้าของเป็นมหาเศรษฐีหรือกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ กับทีมระดับท้องถิ่นโดยกำหนดเพดานที่สโมสรจะสามารถขาดทุนได้โดยมีบทลงโทษคือการปรับเงินไปจนถึงระงับสิทธิ์เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ที่ ยูฟ่า เป็นผู้จัดอย่าง แชมเปี้ยนส์ลีก หรือ ยูโรปาลีก เป็นต้นโดย การ์เดี้ยน รายงานคำนวณสรุปตัวเลขที่ นิวคาสเซิล สามารถใช้จ่ายเงินในการเสริมทัพภายในปีหน้าด้วยมูลค่าราว 150 ล้านปอนด์ได้ภายในทันที

 


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/feature-newcastle-takeover-story

 

Ad Space

You Might Also Like