คอลัมน์บอล

5 การพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดของ โจเซ มูรินโญ – FEATURE

โรม่า ของ โจเซ มูรินโญ เพิ่งจะประสบพบเจอกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากบุกไปพ่าย โบโด/กลิมท์ แชมเปี้ยนของลีก นอร์เวย์ ด้วยสกอร์ 6-1 ในศึก ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีกผลลัพธ์ดังกล่าวนับเป็นการปราชัยที่ยับเยินที่สุดในชีวิตการเป็นผู้จัดการทีมของเขาเลยก็ว่าได้และคงยากที่ใครจะคาดเดาว่าจะเกิดขึ้นกับทีมที่แทบจะไม่มีใครรู้จักชื่อมาก่อนเช่นนี้มันเป็นค่ำคืนที่ เดอะ สเปเชียล วัน คงอยากที่จะลืมไปเสีย แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วจะคงอยู่ไม่มีวันหายไปไหน ดังนั้นเรามาย้อนดูกันว่าก่อนหน้าเกมนี้ มูรินโญ เคยพ่ายแพ้แบบหมดรูปเมื่อใดบ้าง แล้วมันเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของใคร

เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ มูรินโญ ใน 2 ฤดูกาลแรกนั้นแกร่งดุจไร้เทียมทาน แต่หนึ่งในตราบาปก่อนที่เขาจะเดินหน้าคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยที่สองติดต่อกันคือการบุกไปพ่าย มิดเดิลสโบรช์ แบบหมดรูปมูรินโญ่แพ้เพียงสองจาก 63 เกมก่อนหน้าของเขาในลีก แต่กลับต้องมาเจองานสุดหินที่ ริเวอร์ไซด์ ซึ่งมาแบบเหนือความคาดหมายฟาบิโอ โรเชมแบ็ค ลงโทษทีมเยือนที่ยังจัดกระบวนทัพได้ไม่เข้ารูปเข้ารอยและทำประตูเบิกร่องได้ตั้งแต่ยังไม่ทันจะ 2 นาทีดี ก่อนที่ สจ๊วร์ต ดาวนิง จะมาซัดอีกเม็ดก่อนจบครึ่งเวลาแรกจากนั้น ยาคูบู ก็เบียดเอาชนะ จอห์น เทอร์รี เพื่อยิงปิดกล่องและทำให้ มูรินโญ ต้องเจอกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพผู้จัดการทีมของเขาในเวลานั้น

ผลงานอันโดดเด่นของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำให้ มูรินโญ จำต้องแยกทางกับ เรอัล มาดริด หลังจบฤดูกาล โดยกองหน้าชาว โปแลนด์ เหมาเองคนเดียว 4 ประตูในเกมรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมสร้างสถิติเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำแฮตทริคใส่ ราชันชุดขาว ได้เลวาน ยิงประตูแรกจากการครอสบอลของ มาริโอ เกิตเซ ก่อนที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ จะตามตีเสมอได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่เขาจะยิงอีก 3 ประตูที่สมบูรณ์เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแม้พวกเขาจะบุกไปพ่าย เรอัล ถึง สเปน ในเลกที่สอง แต่ก็ยังสามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้อยู่ดีจากผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่า

หลังถูกไล่ออกจากตำแหน่งเป็นครั้งที่สองในปี 2015 เขาก็กลับมาเยือน สแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครั้งในฐานะกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในไม่กี่เดือนถัดมาทว่า มูรินโญ กลับต้องเจอกับความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายด้วยสกอร์ที่ขาดลอย แถมประตูแรกยังมาตั้งแต่ 30 วินาทีแรกของเกมโดย เปโดรเชลซี เป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่าอย่างชัดเจน ก่อนที่ เคฮิลล์ จะทำประตูที่ 2 ของเกมได้ในนาทีที่ 21 – สำหรับครึ่งหลังก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก เอเด็น อาซาร์ และ เอ็นโกโล ก็องเต้ มาช่วยตอกย้ำความอ่อนยวบยาบของแนวรับ ปีศาจแดง กันอีกคนละประตู

เอล กลาซิโก ครั้งแรกของ มูรินโญ จบลงด้วยความอับอายเมื่อ เรอัล มาดริด ถูกคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาไล่ต้อนไปถึง 5-0 ใน คัมป์ นู เรอัล มาดริด กำลังอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของลีก หลังจากออกสตาร์ทฤดูกาลโดยไร้พ่ายภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ย้ายมาจาก อินเตอร์ มิลาน แชมป์ ยุโรปอย่างไรก็ตาม การเผชิญหน้ากับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา และลูกทีมที่แข็งแกร่งของเขาดูจะเป็นเรื่องยากเกินบรรยาย โดย ชาบี และ เปโดร ยิงให้ทีมของเขาออกนำไปก่อนถึง 2-0 ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก ก่อนที่ ดาวิด บีญา จะมายิงเบิ้ลในครึ่งหลังและเป็น เจฟเฟรน ตัวสำรองที่เพิ่งถูกส่งลงมาเป็นผู้ทำประตูปิดกล่องในเกมดังกล่าวอย่างไรก็ดี แม้ ลิโอเนล เมวซี จะไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตู แต่ในเกมดังกล่าวเขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจไม่น้อยเลยด้วยการแอสซิสต์ไป 2 หน

ความพ่ายแพ้หนล่าสุด – มูรินโญ มีผู้เล่นให้เลือกใช้งานค่อนข้างจำกัดบวกกับอากาศที่หนาวสุดขั้ว แต่กระนั้นการโดนยิงถึง 6 ประตูมันก็มากไปหน่อยไหม?


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/5-heaviest-lost-jose-mourinho

 

Ad Space

You Might Also Like