คอลัมน์บอล

7 กองหน้าฟอร์มฮ็อตใน แชมเปี้ยนชิพ ที่ล้มเหลวกับ พรีเมียร์ลีก – FEATURE

แชมเปี้ยนชิพ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในลีกที่หินที่สุด ด้วยความที่มีจำนวนทีมมากกว่าและการเล่นฟุตบอลก็ดูจะถึงลูกถึงคนกว่า พรีเมียร์ลีก เยอะพอสมควรกระนั้นสำหรับผู้เล่นบางคนการลงเล่นในลีกรองก็ไม่ต่างจากการไปเดินเล่นในสวนหลังบ้านของตัวเองเลยผู้ชนะรางวัลดาวซัลโว 9 จาก 10 คนหลังสุดจบฤดูกาลด้วยการทำประตูไม่น้อยกว่า 25 ลูก ในขณะที่ อีวาน โทนีย์ เจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำเมื่อฤดูกาลที่ผ่านก็เพิ่งทำลายสถิติด้วยการยิงไป 31 ประตูอย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่ไปได้สวยกับลีกรองจะสามารถสานต่อฟอร์มของตัวเองบนเวทีที่โปรไฟล์สูงขึ้นมาได้ และนี่คือตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดทั้ง 7 คน

ประตู ในแชมเปี้ยนชิพ: 62 (103 เกม)ประตูใน พรีเมียร์ลีก: 24 (104 เกม)แค่เฉพาะในฤดูกาลนี้ อดีตกองหน้า นิวคาสเซิล โชว์ฟอร์ราวกับว่าเป็น เออร์ลิง ฮาแลนด์ จากการยิงไปแล้ว 20 ประตูจาก 17 เกมอย่างไรก็ดีในฤดูกาลที่แล้วเขากลับทำไปได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น และส่งผลให้ ฟูแลม ที่แม้จะเล่นเกมรุกได้อย่างตื่นตาตื่นใจกลับจำต้องตกชั้นลงไปและเพื่อให้มันชัดเจนขึ้นไปอีก – มันก็ มิโตรวิช นี่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำในฤดูกาลก่อนหน้าเพื่อพาทีมของเขาคว้าตั๋วเลื่อนชั้นมาได้

ประตูใน แชมเปี้ยนชิพ: 55 (84 เกม)ประตูใน พรีเมียร์ลีก: 14 (47 เกม)ในฤดูกาล 2018/19 ซึ่งเป็นปีแรกของเขาในประเทศ อังกฤษ ปุ๊กกี้ พา นอริช เลื่อนชั้นมาได้สำเร็จด้วยการทำไป 26 ประตูจาก 43 นัดแต่หลังจากที่ยิงได้ถึง 6 ประตูใน 5 เกม ฟอร์มของเขาก็มาช็อตเอาดื้อๆและทำเพิ่มได้อีกแค่ 5 ประตูเท่านั้นจากการลงเล่นใน 31 เกมถัดมาและอีกครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปุ๊กกี้ ก็ยิงไปได้ 26 ประตูอีกครั้งและพาต้นสังกัดของเขาคว้าแชมป์ลีกรอง ก่อนที่ นอริช จะต้องมาดิ้นรนหนีตกชั้นในฤดูกาลนี้บน พรีเมียร์ลีก เหมือนเดิม

ประตูใน แชมเปี้ยนชิพ: 60 (101 เกม)ประตูใน พรีเมียร์ลีก: 26 (140 เกม)สำหรับหลายๆคน ภาพจำของ เกล คือการที่เขาเป็นผู้ทำประตูในเกมที่ คริสตัล พาเลซ ไล่ตีเสมอ ลิเวอร์พูล ได้ 3-3 และส่งผลโดยตรงให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ชวดคว้าแชมป์ลีกไปอย่างน่าเสียดายน่าเสียดายที่นั่นเป็นไฮไลท์เดียวของเขาบนลีดสูงสุดของประเทศ เพราะหลังจากที่ทำได้เพียง 15 ประตูจากสามฤดูกาลให้ พาเลซ – เกล ก็ถูกส่งต่อไปให้ นิวคาสเซิล ที่อยู่ใน แชมเปี้ยนชิพ ใช้งานเขายิงประตูได้ถึง 23 ลูก จนพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาได้สำเร็จ ก่อนที่ฟอร์มรูดบน พรีเมียร์ลีก จนได้ลงไปเล่นกับ เวสต์บรอม พร้อมฝากผลงานอันน่าทึ่งกับจำนวน 24 ประตูอย่างไรก็ดี นับตั้งแต่กลับมายังทีมแม่ในปี 2019 เกล เพิ่งจะทำได้รวมเพียง 5 ประตูเท่านั้น จากการลงสนามไปถึง 41 เกม

ประตูใน แชมเปี้ยนชิพ: 28 (59 เกม)ประตูใน พรีเมียร์ลีก: 4 (63 เกม)ไม่แน่ โซลันกี้ อาจพิสูจน์ว่าเราคิดผิดในอนาคตข้างหน้า อย่างไรก็ดีเขาเคยล้มเหลวมาก่อนกับ ลิเวอร์พูล และ บอร์นมัธ หลังถูก เอ็ดดี้ ฮาว ทุ่มเงินก้อนโตมาพรากเขาไปทั้งๆที่ผลงานก็ไม่ได้ดีเด่อะไรมากนักหลังตกชั้นไปเล่นในลีกรอง โซลันกี้ ทำได้ 15 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ในปีนี้เขากำลังฟอร์มฮ็อตสุดๆด้วยการทำผลงาน 13 ประตูจาก 17 เกม

ประตูใน แชมเปี้ยนชิพ: 67 (192 เกม)ประตูใน พรีเมียร์ลีก: 10 (93 เกม)อันที่จริง วีดร้า เองก็ไม่ได้รักษาฟอร์มการเล่นของตัวเองไว้ได้สม่ำเสมอนักในลีกรอง แต่หลังทำได้ 17 ประตูในฤดูกาล 2017/18 กับ ดาร์บี้ เขาก็ได้โอกาสก้าวไปสู่เวทีที่ใหญ่กว่าอย่าง พรีเมียร์ลีกทว่าตลอด 4 ฤดูกาลถัดมาเขาทำได้แค่ 4 ประตูในถิ่น เทิร์ฟ มัวร์ และหากรวมตอนถูกส่งไปยืมตัวกับ เวสต์บรอม และ วัตฟอร์ด มันก็รวมแล้วแค่ 10 ลูกเท่านั้น

ประตูใน แชมเปี้ยนชิพ: 50 (129 เกม)ประตูใน พรีเมียร์ลีก: 23 (115 เกม)ไม่ต่างจาก วีดร้า ผลงานของ เกรย์ โดดเด่นอยู่แค่ฤดูเดียวเท่านั้นเขาพา เบิร์นลีย์ เลื่อนชั้นมาได้ในฤดูกาล 2015/16 แต่หลังจากนั้นกลับทำได้เพียง 23 ประตูในสี่ปีถัดมาตอนนี้เขาถูกส่งไปให้ ควีนส์ พาร์ค ยืมตัวและยิงได้ 3 ประตูจาก 9 เกม

ประตูใน แชมเปี้ยนชิพ: 31 (70 เกม)ประตูใน พรีเมียร์ลีก: 7 (75 เกม)ในฤดูกาล 2018/19 โอลิ ยิงคนเดียว 22 ลูก จาก 42 เกม แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะพา สวอนซี เลื่อนชั้นขึ้นมาได้เพราะเกมรับอันหละหลวมทว่ามันก็ทำให้เขาถูกคว้าตัวไปโดย เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวระดับสถิติสโมสรในขณะนั้นที่ 20 ล้านปอนด์ น่าเสียดายที่เขาตอบแทนมันด้วยการทำได้เพียง 7 ประตูจาก 59 เกมสำหรับต้นสังกัดใหม่ โดยในปีที่ทีมของเขาต้องตกชั้นมา เจ้าตัวนั้นยิงได้แค่ลูกเดียวเท่านั้นเอง

ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com
https://www.90min.com/th/posts/7-best-championship-striker-who-could-not-make-it-in-premier-league

 

Ad Space

You Might Also Like