คอลัมน์บอล

เบื้องหลังพัฒนาการของ อาแจ็กซ์ ในแชมเปี้ยนส์ลีก – OPINION

ตั้งแต่ แชมเปียนส์ลีก เริ่มขึ้น ไม่มีสโมสร ดัตช์ ทีมไหน ไม่แม้แต่ทีม อาแจ็กซ์ ในยุครุ่งเรืองกลางทศวรรษ 90 ที่ชนะ 4 เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่มได้ – จนถึงตอนนี้

หากไม่นับการเข้าถึงรอบรองเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้า สโมสรแห่งนี้แทบจะไม่ถูกพูดถึงเลยในรายการฟุตบอล ยุโรป ไม่เลยตั้งแต่หมดยุคของ หลุยส์ ฟาน กัลทว่า นับตั้งแต่ฤดูกาล 2018/19 มีเพียง 7 สโมสร (บาเยิร์น, แมนฯ ซิตี้, เชลซี, ลิเวอร์พูล, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, บาร์เซโลนา และ ยูเวนตุส) ที่มีผลงานเหนือกว่า อาแจ็กซ์ ตามการจัดอันดับค่าสัมประสิทธิ์ของ ยูฟ่า

สำหรับในฤดูกาลนี้พวกเขาถูกจับฉลากให้อยู่ในกลุ่มที่น่าสนใจไม่น้อยเลย โดยมี โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นทีมเต็งคว้าแชมป์กลุ่ม ซี เขณะที่ เบซิคตัส, สปอร์ติง ลิสบอน และ อาแจ็กซ์ ถูกคาดว่าจะต้องห้ำหั่นกันอย่างหนักเพื่อแย่งชิงตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์อีกใบ แต่กลับกลายเป็นว่า "ฟุตบอลเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้โดยแท้" (ขอยืมวาทะของ เวนเกอร์ มาหน่อยก็แล้วกัน)ดอร์ทมุนด์ พ่ายแพ้อย่างไร้ความปราณี 4-0 ใน อัมสเตอร์ดัม โดยเหล่าแข้งตัวฉกาจของ เอริค เทน​ ฮาก การพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของพวกเขาใน แชมเปี้ยนส์ลีก ส่งเสียงก้องกังวานไปทั่ว ยุโรป ว่าทีมที่ไม่ได้มีดาวเด่นแบบ อาแจ็กซ์ แต่เกิดขึ้นได้ด้วยผสมผสานที่ลงตัวของผู้เล่นทั้ง 11 ในสนามนั้นไม่ได้มาเล่นๆอย่างแน่นอน

ในเกมที่สอง ซึ่งเป็นการออกไป ดอร์ทมุนด์ เทน ฮาก ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตัวจริงเลยแม้แต่คนเดียว และนั่นได้เน้นย้ำนโยบายการซื้อขายของ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส ผู้อำนวยการด้านการกีฬาที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2018การเซ็นสัญญากับแข้งอดีตอคาเดมีที่ได้กลายเป็นผู้เล่นระดับซุปเปอร์สตาร์, อดีตดาวเด่นของลีกที่ไม่เคยเล่นให้กับสโมสรก็ไม่ใช่แนวทางที่ใหม่แต่อย่างใด (ดู เอ็ดการ์ ดาวิดส์, ยาป สตัม และ แม็กซ์เวลล์ เป็นตัวอย่าง) แต่ความแตกต่างในตอนนี้ อย่างน้อยก็สำหรับสองประเภทแรกคือการเน้นที่ผู้เล่นที่ยังสามารถเล่นได้ในระดับสูงอยู่ตัวอย่างหนึ่งดีลของ ดาเล บลินด์ ที่ โอเวอร์มาร์ส เผยเองว่า เดอ ลิกต์ ในขณะนั้นระบุว่าอยากลงเล่นเคียงข้างกับคนที่มีประสบการณ์“ด้วยเหตุนี้ เราจึงทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ ดาเล กลับมาและมันได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์”บลินด์ ลูกชายของ แดนนี่ กัปตันทีมที่คว้าถ้วย ยุโรป คนสุดท้ายของพวกเขา และ ดูซาน ทาดิช ย้ายเข้ามาในฤดูร้อนปี 2018 ก่อนที่พวกเขาจะทำผลงานได้อย่างน่าตรึงตาใน แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนั้น และตั้งแต่นั้น อาแจ็กซ์ ก็ได้ทำตามพิมพ์เขียวนี้กับกรณีของ ควินซี โพรเมส, มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก, ดาวี คลาสเซน และ เซบาสเตียน ฮัลเลอร์พรสวรรค์ก็ส่วนหนึ่งแต่ประสบการณ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เราจึงเห็นได้ว่าผลงานเกมเยือนของ อาแจ็กซ์ ในยุคของ เทน ฮาก นั้นไม่เป็นรองใครเลยจากทั้งหมด 14 เกม – พวกเขาชนะไปแล้ว 9 เออีเค เอเธนส์ (0-2), เรอัล มาดริด (1-4), ยูเวนตุส (1-2), ท็อตแนม (0-1), บาเลนเซีย (0-3), ลีลล์ (0-2), มิดทิลแลนด์ (1-2) , สปอร์ติง (1-5) และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (1-3) เสมอ 4 กับ บาเยิร์น มิวนิค (1-1), เบนฟิก้า (1-1), เชลซี (4-4) และ อตาลันต้า (2-2) และแพ้แค่เกมเดียวต่อ ลิเวอร์พูล (1-0)

เริ่มด้วยการส่องรายชื่อ 11 ตัวจริงในเกมออกไปเยือน ดอร์ทมุนด์ ก่อนเลย – ประกอบด้วยดาวรุ่งจากอคาเดมีของทีม 3 คน นุสซาอีร์ มาสราอุย, ยูเลียน ทิมเบอร์ และ ไรอัน กราเวนเบิร์ช อีก 2 มาจากทีมคู่แข่งโดยตรงร่วมลีกของ อาแจ็กซ์ อย่าง เรมโค พาสเวียร์ และ สตีเวน เบอร์ไกลส์ และแข้งส่งตรงจาก พรีเมียร์ลีก อย่าง ฮัลเลอร์ และ ทาดิช แน่นอน ดาเล บลิด์ ยังคงเป็นตัวหลักของทีมเหมือนเดิมท้าย สุดกับกลุ่มผู้เล่นละตินอเมริกา ลิซานโดร มาร์ติเนซ, เอ็ดสัน อัลวาเรซ และ แอนโธนี

ชัดเจนว่าทีม 2018/19 เหนือกว่าทีมปัจจุบันนในด้านพรสวรรค์ แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมากเมื่อพูดถึงขนาดของทีม เพราะจนถึงตอนนี้ เทน ฮาก ใช้ผู้เล่นไปแล้ว 18 คนใน แชมเปี้ยนส์ลีกหากพอจะจำกันได้ ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อการสร้างเทพนิยายของพวกเขาเมื่อครั้งก่อนคือการขาดตัวเลือกในม้านั่งสำรองที่ไว้ใจได้

จวบจนถึงตอนนี้ มีเพียง เชลซี เท่านั้น (เสียหนึ่งประตู) ที่มีเกมรับที่แกร่งกว่าพวกเขา แต่เกมรุกของ เทน ฮานั้นถือว่าน่าประทับใจมาก พวกเขาทำประตูได้ 14 ประตู (ทุกๆ 25.7 นาทีต่อหนึ่งประตู) ซึ่งมีเพียงสองทีมเท่านั้นที่ทำได้มากกว่า อาแจ็กซ์ ซึ่งก็คือ แมนเชสเตอร์ซิตี้ (15) และบาเยิร์น (17) แน่นอนว่าการเคยทำงานภายใต้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ในฐานะผู้จัดการทีมสำรองของ บาเยิร์น ช่วยลับคมสไตล์การทำทีมของเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งก็คือการครอบครองบอลและการหมุนเปลี่ยนบทบาทในสนามได้อยู่ตลอดคล้ายๆกับ โททัลฟุตบอล แบบ โยฮัน ครัฟฟ์ – มีเพียง เชลซี (71%) และ ลิเวอร์พูล (67%) ครองบอลโดยเฉลี่ยมากกว่า อาแจ็กซ์ (63%) ซึ่งอยู่เหนือ บาเยิร์น (61%) และซิตี้ (60%) เสียอีก

ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วสำหรับการพุ่งเข้าชนถ้วยบิ๊กเอียร์อีกครั้ง ซึ่งหากมันไปได้สวย ชื่อเสียงของ เทน ฮาก คงเป็นที่กล่าวขานมากขึ้น เช่นเดียวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่าง โอเวอร์มาร์ส กับสไตล์การปลุกปั้นดาวรุ่งผนวกกับประสบการณ์

ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com
https://www.90min.com/th/posts/opinion-reasons-behind-Ajax-success-in-champions-league

 

Ad Space

You Might Also Like